ดอกไม้จะร่วงหล่น แม้เราจะรักมันเพียงใด
วัชพืชจะงอกเงย แม้เราจะเกลียดชังมันเพียงไร
-William Wordsworth-
วารสารปราชญ์ประชาคมปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน 2569) ตามประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ครั้นต่อมาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จวบถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 น. สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษาปีที่ 47 การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพในพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมหาราชวัง
พระประวัติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
พระองค์ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนราชินี และมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทและเอกด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันทรงศึกษากฎหมายที่สํานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาที่ประเทศไทยควบคู่กันไป ภายหลังสําเร็จการศึกษาทรงเข้ารับราชการในสํานักงานอัยการสูงสุดในตําแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม พระองค์ทรงให้ความสําคัญกับความเป็นธรรมในทุกมิติ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน ซึ่งนําไปสู่การริเริ่มโครงการกําลังใจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคม จากการปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และบทบาทสตรีที่ได้รับรางวัลจากในประเทศแล้ว ในระดับนานาชาติยังได้รับรางวัล Model of Recognition และรางวัล UNIFEN Award of Excellence
พระองค์ทรงมีบทบาทสําคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ และสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ พระองค์ทรงมีส่วนสําคัญในการผลักดัน “ข้อกําหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติในปี พ.ศ.2553 ถือเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจําออสเตรียและทูตสันถวไมตรีของสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งสะท้อนบทบาทด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างโดดเด่น พระองค์ทรงมีบทบาทในด้านการทหาร โดยทรงเข้ารับการฝึกและปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอย่างจริงจัง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนย้ายเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ได้รับพระราชทานยศทางทหารตามลําดับ และปัจจุบันทรงได้รับพระราชทานยศพลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอกหญิง ซึ่งเป็นยศสูงสุดของกองทัพไทย สะท้อนถึงพระเกียรติยศและพระปรีชาสามารถในทุกภารกิจที่ทรงปฏิบัติ บทบาทด้านการทหารของพระองค์สะท้อนถึง “ความมีวินัย ความเข้มแข็ง และความเสียสละ” อันเป็นคุณลักษณะสําคัญของผู้นํา อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างให้กับสตรีไทยในการมีส่วนร่วมในภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ พระองค์ทรงดํารงตําแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างครบวงจร และทรงก่อตั้ง “โครงการกําลังใจในพระดําริ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง การส่งเสริมสิทธิสตรี และการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน (ที่มา: พระลาน)
ว่ากันว่า... ในสนามบิน ย่อมมีการกอดและจูบกันมากกว่าในงานแต่ง
ในโรงพยาบาล จะได้ยินคำอธิษฐานมากกว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ในงานศพ ผู้คนจะได้รับดอกไม้มากกว่างานวันเกิด
นั่นเป็นเพราะว่า ความรักมักถูกแสดงออกมากที่สุดในวันที่กำลังจะมีการจากลา....
ด้วยสำนึกรักภักดีในพระองค์ที่มีพระจริยวัตรอันงดงาม ทรงเปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เป็นแบบอย่างแห่งการใช้ความรู้ความสามารถและพระเมตตาเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ วารสารปราชญ์ประชาคมในนามของพสกนิกรชาวไทย ขอถวายคารวาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ น้อมส่งเสด็จสู่แดนทิพยวิมาน มุ่งมั่นสืบสานปณิธานจะดำรงตนตามพระเกียรติคุณและเชิดชูพระกรณียกิจของพระองค์ให้เป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าของประชาชนตลอดกาล
บรรณาธิการ
เผยแพร่แล้ว: 2026-06-30