การศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาเครื่องมือทดสอบความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อขาสำหรับประชาชนทั่วไปด้วยระบบสมองกลฝังตัว
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาเครื่องมือทดสอบความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อขาสำหรับประชาชนทั่วไปด้วยระบบสมองกลฝังตัว เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดย กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยอาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันตก กำหนดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane ได้จำนวน 305 คน รวบรวมข้อมูลด้วยการเก็บแบบสอบถามโดยศึกษาความแตกต่างระหว่างสภาพที่เป็นจริง สภาพที่ควรจะเป็น และการจัดลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็นของการพัฒนาเครื่องมือทดสอบความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อขาสำหรับประชาชนทั่วไปด้วยระบบสมองกลฝังตัว 3 ด้าน ประกอบด้วยด้านความรู้และทักษะที่จำเป็น ด้านคุณลักษณะของเครื่องมือ และด้านความต้องการการฝึกอบรมเพิ่มเติม โดยเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) วิเคราะด้วยสถิติบรรยายได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างสภาพที่เป็นจริง สภาพที่ควรจะเป็น และการจัดลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือทดสอบความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อขาสำหรับประชาชนทั่วไปด้วยระบบสมองกลฝังตัวทั้ง 3 ด้าน สภาพที่เป็นจริงต่ำกว่าสภาพที่ควรจะเป็น โดยผลการจัดลำดับสภาพที่ควรจะเป็นทั้ง 3 ด้าน พบว่า ด้านคุณลักษณะของเครื่องมือมีความต้องการจำเป็นสูงสุด มีค่า PNI_modified 0.28 รองลงมาคือ ด้านความต้องการการฝึกอบรมเพิ่มเติม มีค่า PNI_modified 0.21 และด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นมีค่า PNI_modified 0.19
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมพลศึกษา. (2557). คู่มือการทดสอบสมรรถภาพทางกายภาคสนามสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และประชาชนทั่วไป. สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา.
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. (2562). หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. https://pgm.npru.ac.th
สาขาวิชาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. (2566). ประกาศสาขาวิชาพลศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. https://pgm.npru.ac.th
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2544). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพิตร สมาหิโต. (2541). แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย. พรานนกการพิมพ์.
สุวิมล ว่องวานิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2562). ความหมายของเซนเซอร์. สำนักงาน
American College of Sports Medicine. (2021). ACSM’s guidelines for exercise testing and prescription. Wolters Kluwer.
Barcelona, R. J., & Ross, C. M. (2004). Technology in physical education: Using data to enhance student performance. Journal of Physical Education, Recreation & Dance, 75(8), 22–27. https://doi.org/10.1080/07303084.2004.10607283
Caspersen, C. J., Powell, K. E., & Christenson, G. M. (1985). Physical activity, exercise, and physical fitness: Definitions and distinctions for health-related research. Public Health Reports, 100(2), 126–131. https://doi.org/10.2307/20056429
Dalawi, I., Isa, M. R., Chen, C. K., Azhar, A. Z., & Aimran, A. N. (2023). Design and development of smart fitness equipment for strength and endurance assessment. Springer.
Ebel, R. L. (1972). Essentials of educational measurement. Prentice Hall.
Morrow, J. R., Jackson, A. W., Disch, J. G., & Mood, D. P. (2011). Measurement and evaluation in human performance. Human Kinetics.
Passos, J., Sérgio, I. L., Clemente, F. M., Moreira, P. M., González, M. R., Bezerra, P. & Ribeiro,
A. (2021). Wearable devices and Internet of things in sports and fitness: A systematic review. Sensors, 21(16), 5418. https://doi.org/10.3390/s21165418
Vald Health. (2025). Chair stand test protocol. Vald Performance.