ปัจจุบัน วารสาร "ปราชญ์ประชาคม" เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ ปี 5 ฉบับที่ 3ระหว่างเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน 2570

วารสารปราชญ์ประชาคม เปิดรับบทความตีพิมพ์ ทั้งบทความวิจัย บทความวิชาการและบทความปริทัศน์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กำหนดออกวารสาร ปีละ 6 ฉบับ ๆ ละ 10-20 บทความ

ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 28  กุมภาพันธ์)

ฉบับที่ 2 มีนาคม - เมษายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 เมษายน)

ฉบับที่ 3 พฤษภาคม - มิถุนายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 มิถุนายน)

ฉบับที่ 4 กรกฎาคม - สิงหาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 สิงหาคม)

ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ตุลาคม)

ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน - ธันวาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ธันวาคม)

หมายเหตุ สำหรับบทความที่ลงตีพิมพ์ ตั้งแต่ ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน) เป็นต้นไป หรือ Submission ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จะต้องชำระค่าลงทะเบียน บทความละ 2,800 บาท(สองพันแปดร้อยบาทถ้วน) และภาษาอังกฤษ เรื่องละ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน)

เปิดรับบทความ ฉบับที่ 4 กรกฎาคม-สิงหาคม 2570

2025-03-21

เปิดรับบทความ ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2570)  

 ผู้เขียนบทความต้องชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการในวารสาร

- ภาษาไทย เรื่องละ 2,800 บาท (สองพันแปดร้อยบาทถ้วน)

- ภาษาอังกฤษ เรื่องละ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน)

โดยชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม พร้อม submission

ชำระเงินที่ธนาคาร “กสิกรไทย” ชื่อบัญชี "บ้านปราชญ์ประชาคม" เลขที่บัญชี 206-1-18355-0 ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ 

         ทั้งนี้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม จากผู้เขียนที่ submission บทความตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

          การแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม ขอให้แจ้งรายละเอียดโดยการกรอกแบบฟอร์มในที่ลิงค์ 

https://forms.gle/cQKBzcNeAjgC2a9P6 

หมายเหตุ: ท่านใดต้องการใบเสร็จตัวจริงค่าธรรมเนียมตัวจริง และด่วน เสียค่าส่งเอกสาร 50 บาท EMS มีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ปีที่ 4 ฉบับที่ 4 (2026): กรกฎาคม-สิงหาคม 2569

จิตใจคือสวน ความคิดคือเมล็ดพันธุ์
เราสามารถเลือกได้ว่าจะปลูกดอกไม้ หรือ ปล่อยให้วัชพืชเติบโต
-William Wordsworth-

วารสารปราชญ์ประชาคมปีที่ 4 ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2569) เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและโคลนทะลักเข้าถล่มพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 794 คน สูญหายกว่า 2,500 คน ส่งผลกระทบต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและสาธารณูปโภคภายในพื้นที่เสียหายอย่างมหาศาล ภัยพิบัติครั้งนี้มีชนวนเหตุมาจากการพังทลายของธารน้ำแข็งและมวลหินขนาดใหญ่ (Rock-Ice Avalanche) บริเวณต้นน้ำฝั่งทิเบต ไหลลงมากีดขวางลำน้ำจนกลายเป็นเขื่อนชั่วคราว ก่อนที่จะพังทลายฉับพลันและปลดปล่อยมวลน้ำโคลนจำนวนมากไหลหลากทะลักเข้าท่วมชุมชนตามแนวลุ่มน้ำ Bhote Koshi และ Trishuli อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันที่ปรเทศไทย สถานการณ์น้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลกระทบครอบคลุม 7 อำเภอ 34 ตำบล 223 หมู่บ้าน และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนแล้วมากกว่า 20,000 ครอบครัว มีเหตุปัจจัยมาจากลักษณะภูมิประเทศมีพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันถึงร้อยละ 87 มีลักษณะเป็นหุบเขารูปตัว V ขณะที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจตั้งอยู่ในที่ราบแคบภายในก้นหุบเขา ทำให้น้ำป่าไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักโดยใช้เวลาเพียง 4-8 ชั่วโมงเท่านั้น และเป็นเพราะสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน เมฆฝนจากมรสุมมักลอยมาปะทะเทือกเขาหลวงพระบาง เกิดฝนตกหนักแช่ตัวสะสม พื้นที่ป่าต้นน้ำถูกปรับเปลี่ยนเป็นแปลงเกษตรพืชเชิงเดี่ยว ทำให้ขาดต้นไม้ใหญ่และหน้าดินซับน้ำ เมื่อดินอมน้ำจนอุ้มไม่ไหว ฝนที่ตกเพิ่มจึงกลายเป็นน้ำป่าซัดพาเอาโคลนตะกอนลงสู่ลำน้ำทันที
ภัยพิบัติธรรมชาติเป็นเหตุการณ์รุนแรงจากธรรมชาติที่สร้างความสูญเสียและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน รวมไปถึงร่างกายและจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล ดังนั้น สังคมประเทศที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมืองจึงเฝ้าระวังหายนภัย และรณรงค์ปลูกฝังร่วมสร้างสมาชิกในชาติให้ประกอบด้วยสุขภาวะที่ดี (Well-being) ด้วยการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีทุกด้านอย่างสมดุล ดังนี้
1. สุขภาวะทางกาย (Physical Well-being) คือ การมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง ร่างกายมีแรงมากพอที่จะใช้ชีวิตประจำวัน และมีพลังในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว
2. สุขภาวะทางจิตใจ (Mental Well-being) คือ การมีสภาพอารมณ์และจิตใจที่สงบและมั่นคง รู้สึกพึงพอใจกับชีวิตของตนเอง ไม่มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกเครียดหรือกังวลใจ
3. สุขภาวะทางสังคม (Social Well-being) คือ การมีปฏิสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น สามารถสื่อสาร ทำกิจกรรมร่วมกับบุคคลรอบตัวได้อย่างเหมาะสม ปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างราบรื่น
4. สุขภาวะทางจิตวิญญาณ (Spiritual Well-being) คือ การรับรู้และเข้าใจถึงคุณค่าของการมีชีวิต มีเป้าหมายในการมีชีวิต สามารถใช้ชีวิตตามสิ่งที่ตนเองยึดถือหรือเชื่อมั่นได้


สุขภาวะของสังคมไทยได้มาจากบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายปัจจัย เช่น ครอบครัว การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข เทคโนโลยีนวัตกรรม และเครือข่ายทางสังคม ดังนั้น เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคิด เพื่อให้วิถีการดําเนินชีวิตสอดคล้องไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุขและรู้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัย หาใช่เป็นไปตามใจอยากของตนเองไม่

ทรัพย์สินเงินทองในโลกนี้ ไม่เคยเลือนหายไปไหน
มันแค่ถูกย้ายจาก “คนขี้เกียจ” ไปหา “คนขยัน”
ย้ายจากคน “ไม่วางแผน” ไปหา “คนที่วางแผน”
ย้ายจาก “คนฟุ่มเฟือย” ไปหา “คนประหยัด”
ย้ายจาก “คนใจร้อน” ไปหา “คนใจเย็น” เสมอ (นิรนาม)

เพื่อรังสรรค์ศาสตร์วิชาการให้เป็นสุขภาวะของสังคม วารสารปราชญ์ประชาคม จึงขอขอบพระคุณเจ้าของบทความ ผู้ทรงคุณวุฒิ และทีมงานวารสารฯ ทุกท่าน ที่ได้อุทิศเวลามาสร้างสรรค์สารัตถะให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน โดยความไว้วางใจเลือกใช้วารสารฉบับนี้เป็นพื้นที่สานสัมพันธ์สื่อสารให้มีการเปลี่ยนแปลงตามที่สังคมคาดหวังอย่างยั่งยืนต่อไป

เผยแพร่แล้ว: 2026-08-31

สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสระบุรี

ยุทธพล โสวัตร์, ภัสยกร เลาสวัสดิกุล, สรรชัย ชูชีพ

175-191

บทบาทการปกครองพระสังฆาธิการต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

พระครูสถิตรัตนบรรพต (ณพฤทธิ์ ขินจากพรรดิ์), กันตภณ หนูทองแก้ว

237-253

การศึกษากลยุทธ์การจัดการความปลอดภัยระบบสารสนเทศของแพลตฟอร์มออนไลน์โต่วยิน

หลิว ยิน, ภูริพัฒน์ แก้วตาธนวัฒนา, จำเริญ คังคะศรี, นิสากร ยินดีจันทร์

285-300

กลวิธีการใช้ภาษาในบทเพลงแนวโฟล์กซองของเขียนไขและวานิช

ศริญญา ขวัญทอง , ชนิกานต์ กู้เกียรติ, ผศ.ดร.จิตตาภา สารพัดนึก ไชยปัญญา

301-316

ดูทุกฉบับ