ปัจจุบัน วารสาร "ปราชญ์ประชาคม" เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ ปี 4 ฉบับที่ 1 ระหว่างเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์  2569

วารสารปราชญ์ประชาคม เปิดรับบทความตีพิมพ์ ทั้งบทความวิจัย บทความวิชาการและบทความปริทัศน์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กำหนดออกวารสาร ปีละ 6 ฉบับ ๆ ละ 10-20 บทความ

ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 28  กุมภาพันธ์)

ฉบับที่ 2 มีนาคม - เมษายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 เมษายน)

ฉบับที่ 3 พฤษภาคม - มิถุนายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 มิถุนายน)

ฉบับที่ 4 กรกฎาคม - สิงหาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 สิงหาคม)

ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ตุลาคม)

ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน - ธันวาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ธันวาคม)

หมายเหตุ สำหรับบทความที่ลงตีพิมพ์ ตั้งแต่ ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน) เป็นต้นไป หรือ Submission ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จะต้องชำระค่าลงทะเบียน บทความละ 2,800 บาท(สองพันแปดร้อยบาทถ้วน) และภาษาอังกฤษ เรื่องละ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน)

เปิดรับบทความ ฉบับที่ 4 กรกฎาคม-สิงหาคม 2568

2025-03-21

เปิดรับบทความ ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2568)  

 ผู้เขียนบทความต้องชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการในวารสาร

- ภาษาไทย เรื่องละ 2,800 บาท (สองพันแปดร้อยบาทถ้วน)

- ภาษาอังกฤษ เรื่องละ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน)

โดยชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม พร้อม submission

ชำระเงินที่ธนาคาร “กสิกรไทย” ชื่อบัญชี "บ้านปราชญ์ประชาคม" เลขที่บัญชี 206-1-18355-0 ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ 

         ทั้งนี้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม จากผู้เขียนที่ submission บทความตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

          การแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม ขอให้แจ้งรายละเอียดโดยการกรอกแบบฟอร์มในที่ลิงค์ 

https://forms.gle/cQKBzcNeAjgC2a9P6

ปีที่ 3 ฉบับที่ 6 (2568): พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568

“ชีวิตคือการสะท้อนกลับ”
เมื่อวันหนึ่งคุณได้ในสิ่งใด โปรดเข้าใจ นั่นคือสิ่งที่คุณเคยให้กับใคร ๆ ในอดีต
(นุสนธิ์บุคส์)

วารสารปราชญ์ประชาคม ปีที่ 3 ฉบับที่ 6 (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568) สถานการณ์ปัจจุบันในบ้านเมืองไทย คือ การยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้งใหม่ พร้อมกับความขัดแย้งระหว่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่ปะทุเป็นสงครามระหว่างกันได้สร้างผลกระทบต่อพลเมืองของทั้งสองประเทศอย่างมหาศาล กอปรด้วยความหวาดหวั่นวิตกกังวลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อนและการวนมาของฝุ่นมลพิษทางอากาศ PM2.5 อันส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
วิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต และยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการพลัดถิ่นจากภัยพิบัติ และภัยแล้งที่ทำให้เกิดความขาดแคลนมากขึ้น สิ่งที่ทุกคนสามารถสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันได้อย่างชัดเจนมากที่สุด คือ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) หรือภาวะโลกร้อน ซึ่งนับวันโลกก็ยิ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้น จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะไม่ได้มีเพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่และทวีความรุนแรงมากขึ้นย่อมเป็นผลมาจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป โดยภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นนั้น ได้แก่ อุณหภูมิบนผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น วิกฤตภัยแล้งที่แผ่ขยายในหลายพื้นที่ ลมพายุมีความรุนแรงมากขึ้น ทรัพยากรน้ำและอาหารหายากขึ้น และปริมาณสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์มีมากขึ้น
แนวทางการแก้ไขวิกฤตโลกร้อนนั้นอาจไม่สามารถแก้ไขได้ในทันทีทันใด แต่มีหลายวิธีที่สามารถช่วยบรรเทา และในระยะเวลาที่ยาวนาน อาจจะมีส่วนช่วยในการแก้ไขวิกฤตโลกร้อนได้ ไม่มากก็น้อย เช่น
-ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รณรงค์มาใช้พลังงานสะอาด พัฒนาระบบขนส่งมวลชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และที่สำคัญคือช่วยกันลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบประหยัดไฟ
-ปลูกต้นไม้ ทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุด คือ การปลูกป่าทดแทนป่าที่ถูกทำลายไป อาจเป็นการปลูกต้นไม้ใน
พื้นที่เมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ป่าไม้ ลดการตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น
-ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เช่น พายุ น้ำท่วม สร้าง
ระบบชลประทานเก็บกักน้ำเพื่อรับมือภัยแล้ง และปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ
-ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม
พร้อมคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ

- สนับสนุนนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง ในแง่ของรัฐบาล คือ การกำหนดนโยบายลดการปล่อยก๊าซ
เรือนกระจก ออกกฎหมายบังคับใช้กับภาคอุตสาหกรรม และควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนลงทุนในพลังงานสะอาด
-รณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ความรู้ สร้างความตระหนักถึงภัยจากโลกร้อน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้รักษ์โลก รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
การนี้ หากไม่มีมาตรการจัดการกับสภาวะโลกร้อนที่เข้มข้นและจริงจังในระดับสากล ในอนาคตโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงมากขึ้น อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติจะทวีความรุนแรง ระบบนิเวศจะเสียสมดุลและพังทลาย สัตว์และพืชจำนวนมากจะสูญพันธุ์ มนุษย์จะประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ขาดแคลนน้ำสะอาด เกิดโรคระบาดใหม่ ปัญหาผู้อพยพ ความขัดแย้ง และความไม่เท่าเทียมในสังคมจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
ดังนั้น ทุกภาคส่วนของสังคมโลก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ประชาชน จึงต้องตระหนักถึงความสำคัญและเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวเพื่อรับมือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคัดแยกและทิ้งขยะอย่างเหมาะสม และการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกร่วมกัน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนโลกแห่งนี้

“กฎแห่งแรงเหวี่ยง! ทุกสิ่งที่เราส่งออกไป วันหนึ่ง... มันจะเดินกลับมาหาเราเสมอ”

และวาระนี้ วโรกาสดิถีวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 วารสารปราชญ์ประชาคม ขออำนวยพรให้สมาชิกทั้งหลายที่เป็นผู้สรรค์สร้างงาน ผู้พิจารณาผลงาน ผู้เสพเนื้องาน และคณะทำงานทุกท่าน จงสมหวังไพบูลย์ด้วยสุขภาวะทางกาย จิต ปัญญา สังคม และให้มีพลังชีวิตจิตวิญญาณที่ดีงามตลอดกาล

                                                                                                                       บรรณาธิการ

เผยแพร่แล้ว: 2025-12-31

การวิเคราะห์ต้นทุนและการกำหนดราคาขายในผลิตภัณฑ์ใหม่ คลัสเตอร์เกษตรแปรรูปน่าน อะโกรภายใต้แบรนด์ OrigiNan จังหวัดน่าน

สุพรรษา จิตต์มั่น, วริศรา ดวงตาน้อย, สินีนาถ วิกรมประสิทธิ, วิสุทธิ์ สุขบำรุง, วิไลวรรณ ศรีหาตา

195-216

ปัจจัยและความท้าทายของการเมืองไทยในยุคประชาธิปไตยที่เปลี่ยนแปลง

อรวรรณ สร้อยขุนทด, สุกัญญา ตั้งคงนุช, นรินทร กุณวงศ์, อาทิตย์ แสงเฉวก

237-248

“สารทเดือนสิบเมืองคอน” ประเพณีงานบุญหนุนเสริมพุทธปัญญาสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมปลอดภัย

วงษ์สิริ เรืองศรี, องอาจ พรหมมงคล, ชนัญชิดา ทิพย์ญาณ, พงศ์เทพ แก้วเสถียร, เพ็ญนภา สวนทอง

269-282

นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาบาลีในยุคดิจิทัล

พระราชเมธีวชิรดิลก ไพจิตร สาฆ้อง, พระมหาทศพร สุมุทุโก (อ่อนน้อม), ณัฐวุฒิ สงวนงาม, นฤมล ชุ่มเจริญสุข, สนิท วงปล้อมหิรัญ

283-294

ดูทุกฉบับ