ปัจจุบัน วารสาร "ปราชญ์ประชาคม" เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ ปี 5 ฉบับที่ 1 ระหว่างเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์  2570

วารสารปราชญ์ประชาคม เปิดรับบทความตีพิมพ์ ทั้งบทความวิจัย บทความวิชาการและบทความปริทัศน์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กำหนดออกวารสาร ปีละ 6 ฉบับ ๆ ละ 10-20 บทความ

ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 28  กุมภาพันธ์)

ฉบับที่ 2 มีนาคม - เมษายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 เมษายน)

ฉบับที่ 3 พฤษภาคม - มิถุนายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 มิถุนายน)

ฉบับที่ 4 กรกฎาคม - สิงหาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 สิงหาคม)

ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ตุลาคม)

ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน - ธันวาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ธันวาคม)

หมายเหตุ สำหรับบทความที่ลงตีพิมพ์ ตั้งแต่ ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน) เป็นต้นไป หรือ Submission ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จะต้องชำระค่าลงทะเบียน บทความละ 2,800 บาท(สองพันแปดร้อยบาทถ้วน) และภาษาอังกฤษ เรื่องละ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน)

เปิดรับบทความ ฉบับที่ 1 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2570

2025-03-21

เปิดรับบทความ ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2570)  

 ผู้เขียนบทความต้องชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการในวารสาร

- ภาษาไทย เรื่องละ 2,800 บาท (สองพันแปดร้อยบาทถ้วน)

- ภาษาอังกฤษ เรื่องละ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน)

โดยชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม พร้อม submission

ชำระเงินที่ธนาคาร “กสิกรไทย” ชื่อบัญชี "บ้านปราชญ์ประชาคม" เลขที่บัญชี 206-1-18355-0 ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ 

         ทั้งนี้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม จากผู้เขียนที่ submission บทความตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

          การแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม ขอให้แจ้งรายละเอียดโดยการกรอกแบบฟอร์มในที่ลิงค์ 

https://forms.gle/cQKBzcNeAjgC2a9P6

ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (2026): พฤษภาคม-มิถุนายน 2569

ดอกไม้จะร่วงหล่น แม้เราจะรักมันเพียงใด
วัชพืชจะงอกเงย แม้เราจะเกลียดชังมันเพียงไร
-William Wordsworth-
วารสารปราชญ์ประชาคมปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน 2569) ตามประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ครั้นต่อมาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จวบถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 น. สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษาปีที่ 47 การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพในพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมหาราชวัง
พระประวัติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
พระองค์ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนราชินี และมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทและเอกด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันทรงศึกษากฎหมายที่สํานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาที่ประเทศไทยควบคู่กันไป ภายหลังสําเร็จการศึกษาทรงเข้ารับราชการในสํานักงานอัยการสูงสุดในตําแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม พระองค์ทรงให้ความสําคัญกับความเป็นธรรมในทุกมิติ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน ซึ่งนําไปสู่การริเริ่มโครงการกําลังใจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคม จากการปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และบทบาทสตรีที่ได้รับรางวัลจากในประเทศแล้ว ในระดับนานาชาติยังได้รับรางวัล Model of Recognition และรางวัล UNIFEN Award of Excellence
พระองค์ทรงมีบทบาทสําคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ และสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ พระองค์ทรงมีส่วนสําคัญในการผลักดัน “ข้อกําหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติในปี พ.ศ.2553 ถือเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจําออสเตรียและทูตสันถวไมตรีของสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งสะท้อนบทบาทด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างโดดเด่น พระองค์ทรงมีบทบาทในด้านการทหาร โดยทรงเข้ารับการฝึกและปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอย่างจริงจัง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนย้ายเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ได้รับพระราชทานยศทางทหารตามลําดับ และปัจจุบันทรงได้รับพระราชทานยศพลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอกหญิง ซึ่งเป็นยศสูงสุดของกองทัพไทย สะท้อนถึงพระเกียรติยศและพระปรีชาสามารถในทุกภารกิจที่ทรงปฏิบัติ บทบาทด้านการทหารของพระองค์สะท้อนถึง “ความมีวินัย ความเข้มแข็ง และความเสียสละ” อันเป็นคุณลักษณะสําคัญของผู้นํา อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างให้กับสตรีไทยในการมีส่วนร่วมในภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ พระองค์ทรงดํารงตําแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างครบวงจร และทรงก่อตั้ง “โครงการกําลังใจในพระดําริ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง การส่งเสริมสิทธิสตรี และการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน (ที่มา: พระลาน)

ว่ากันว่า... ในสนามบิน ย่อมมีการกอดและจูบกันมากกว่าในงานแต่ง
ในโรงพยาบาล จะได้ยินคำอธิษฐานมากกว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ในงานศพ ผู้คนจะได้รับดอกไม้มากกว่างานวันเกิด
นั่นเป็นเพราะว่า ความรักมักถูกแสดงออกมากที่สุดในวันที่กำลังจะมีการจากลา....

ด้วยสำนึกรักภักดีในพระองค์ที่มีพระจริยวัตรอันงดงาม ทรงเปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เป็นแบบอย่างแห่งการใช้ความรู้ความสามารถและพระเมตตาเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ วารสารปราชญ์ประชาคมในนามของพสกนิกรชาวไทย ขอถวายคารวาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ น้อมส่งเสด็จสู่แดนทิพยวิมาน มุ่งมั่นสืบสานปณิธานจะดำรงตนตามพระเกียรติคุณและเชิดชูพระกรณียกิจของพระองค์ให้เป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าของประชาชนตลอดกาล

บรรณาธิการ

 

เผยแพร่แล้ว: 2026-06-30

ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่มีต่อทักษะกีฬาตะกร้อของนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

สลักจิตร คณะฤทธิ์, พงษ์วรินทร์ เต็งยี่, สรวิศ ชะดา, ปิยวัฒน์ สุขอนันต์, จาตุรงค์ ตุลสุข, บุญญาวีย์ เข็มงาม

341-355

การวิเคราะห์ความคิดเห็นนักท่องเที่ยวและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพของจังหวัดเชียงใหม่: แนวทางสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม, มนต์ศิระ จรูญสิทธิ์, อัศวิน แสงพิกุล, ยุวรี โชคสวนทรัพย์, ศิริพร อำไพลาภสุข, ภควดี วรรณพฤกษ์

357-374

การศึกษาความไวของลูกน้ำยุงลายบ้านต่อสารทีมีฟอสในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

สุนทร พิมพ์นนท์, รุ่งอรุณ กุลบุตร, วรรณีย์ จิรอังกูรสกุล, พักตร์พิมล มหรรณพ, เจนฤทัย เจริญศรี

375-386

An Empirical Study of Smart Home Technology Acceptance among Baby Boomers Using an Extended UTAUT2 Model

Qing Yang, Watcharanan Thongma, Danaikrit Inthurit, Suthira Sitthikun

403-416

An Evaluation of Tourism Potential and Quality Standards for Cultural Tourist Attractions in Surin Province, Thailand

Sivathida Phumiworramunee, Alissara Thammabutr, Chanisara Phetphisetsak, Suganya Plaingam, Wannisa Ouansoda, Suriya Klangrit

417-427

การสื่อสารทางการเมืองของพลเมืองไทยในยุคดิจิทัล

พระปัญญา สุจิตฺโต (สีงาม), พระมหาธนาธิป สีลสุทฺโธ (บุญมา), พระวีระพงษ์ ถาวรธมฺโม (ร่มเย็น), พระมหาปณวัศ ปุญฺญโชตโก (บุญโชติหิรัญ)

443-458

ดูทุกฉบับ