การวิเคราะห์ความคิดเห็นนักท่องเที่ยวและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพของจังหวัดเชียงใหม่: แนวทางสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงเอกสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดเชียงใหม่ 2.ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา 3.สังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อประมวลเป็นแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดเชียงใหม่การวิจัยเอกสารใช้วิธีการรวบรวมโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากเว็บไซต์ TripAdvisorโดยจำแนกความคิดเห็นออกเป็นความคิดเห็นเชิงบวกและเชิงลบและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัย บทความทางวิชาการ รายงานการศึกษา และนโยบายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ ปี 2558-2568 โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น การบริการด้านสปา สมุนไพร และการแพทย์แผนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนา ได้แก่ การสนับสนุนจากภาครัฐ ความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาในด้านการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ บุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางไม่เพียงพอ และการขาดแผนการพัฒนาระยะยาวที่ชัดเจน ข้อเสนอแนะ คือ ควรพัฒนาแผนกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานบริการด้านสุขภาพให้ได้ตามเกณฑ์สากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในมิติของสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
งามนิจ แสนนำพล, มณวิภา ยาเจริญ, และ จารุณี ศรีบุรี. (2566). รูปแบบการท่องเที่ยวสุขภาพเชิง
สร้างสรรค์บนฐานองค์ความรู้การแพทย์พื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนตำบลป่าเมี่ยง อำเภอ
ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 6(3), 152–166.
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/SASAJ/article/view/263146
ชญาณิศา วงษ์พันธุ์. (2565). แนวทางการใช้ธุรกิจสปาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการเป็นจุดหมายปลายทาง
ของการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยพะเยา].
https://updc.up.ac.th/handle/123456789/375
ชญาณิศา วงษ์พันธุ์, ชวลีย์ ณ ถลาง, และ เสรี วงษ์มณฑา. (2565). คุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อการ
ตัดสินใจเลือกใช้บริการธุรกิจสปาของนักท่องเที่ยวชาวไทยในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารร่มพฤกษ์
มหาวิทยาลัยเกริก, 40(2), 89–106.
ณิชรัตน์ อริญชย์ธนโชติ, และ นัทธ์หทัย ตันสุหัช. (2566). กลยุทธ์ทางการตลาดในช่วงการระบาดของไวรัส
โคโรนา 2019 ต่อการใช้บริการสปาของลูกค้าในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารมหาวิทยาลัย
พายัพ, 33(2), 170–184. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pyu/article/view/269495
ธันยา พรหมบุรมย์, และ นฤมล กิมภากรณ์. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
วัฒนธรรม และสุขภาพในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ของประเทศไทย: เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
แม่ฮ่องสอน. วารสารการบริการและการท่องเที่ยวไทย, 10(1), 71–87.
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tourismtaat/article/view/35509
นัทธ์หทัย เถาตระกูล, และ ภัทรพรรณ วรรณลักษณ์. (2563). การตัดสินใจท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาว
ไทยในแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 26(2), 72–83.
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CUTJ/article/view/236377
พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม, มนต์ศิระ จรูญสิทธิ์, ยุวรี โชคสวนทรัพย์, ศิริพร อำไพลำภสุข, และ ภควดี วรรณพ
ฤกษ์. (2568). การวิเคราะห์ความคิดเห็นนักท่องเที่ยวและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวน้ำพุร้อน
ของจังหวัดระนอง: แนวทางสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารการบริหารและสังคมศาสตร์
ปริทรรศน์, 8(2), 185–198. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/assr/article/view/286182
บุษราภรณ์ กอบกิจพานิชผล, และ ธีรพันธ์ ทัศนิยม. (2565). การวิเคราะห์โอกาสและแนวทางการพัฒนา
ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพประเภทน้ำพุร้อนธรรมชาติโดยชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อรองรับ
การท่องเที่ยววิถีใหม่. มนุษยศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 23(2), 104–135.
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JHUMANS/article/view/259406
ปัทมพร อิ่มวิทยา, และ ศรัญญา กันตะบุตร. (2564). แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยเจเนอเรชันวายต่อ
การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 7(3),
–303. https://apps.cmubs.cmu.ac.th/academic/ittipon/is/articles_file/25641116135854.pdf
ประทีป พืชทองหลาง, พิมลพรรณ ปันทะเลิศ, ขิมมเรศ บริสุทธิ์, และ กมลรส วรรณพรม. (2561). การ
จัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของบ้านไร่กองขิง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการ
สถาบันการพลศึกษา, 10(2), 133–144.
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/248623
มนไท เหรัญญะ. (2564). พฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของชาวไทยผู้ที่สนใจท่องเที่ยวในจังหวัด
เชียงใหม่. วารสารวิชาการสาระศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 4(3), 664–
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sarasatr/article/view/253309
รัมภ์รดา สารอูป, และ มณฑกาณติ ชุบชูวงศ์. (2564). การศึกษาความพึงพอใจต่อแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อ
การกลับมาเยือนซ้ำ ณ บ่อน้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่.
วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล, 7(1), 136–146.
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/scaj/article/view/246773
สุประภาดา สายะพันธ์, และ สุมาลี พุ่มภิญโญ. (2567). การศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจสปาไทยเพื่อ
รองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 6(2), 297–308.
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSSP/article/view/266253
สุวิชชา ศรีถาน, ปรีดา ไชยา, และ เอมอร ดิสปัญญา. (2565). การศึกษาแพทย์แผนไทยเพื่อการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพ: การนวด การอบ และการประคบสมุนไพรไทย อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่.
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 12(3), 111–124.
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/npuj/article/view/264144