ความรักชาติ คือ การให้ความสำคัญกับความรักต่อคนในชาติเป็นอันดับแรก
ส่วนคลั่งชาติ คือ การยกให้ความเกลียดชังต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่พวกตนมีความสำคัญเหนือสิ่งใด
( Charles de Gaulle)
วารสารปราชญ์ประชาคม ปีที่ 3 ฉบับที่ 4 ของเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 ความไม่จีรังยั่งยืนได้กลืนกินสรรพสิ่งไปตามกาลเวลา และวันนี้ 29 สิงหาคม มีการลุ้นระทึกว่า “รอด หรือ ไม่รอด” ชะตากรรมที่กำหนดโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียง 6 ต่อ 3 ชี้ขาดให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่พิทักษ์เกียรติภูมิของชาติและถือเอาประโยชน์ส่วนตนเหนือประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ มีลักษณะเป็นการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย
สืบจากคลิปเสียงการสนทนาลับของผู้นำทั้งสองประเทศระหว่างกัมพูชากับไทยหลุดลอยสู่โลกสาธารณะ ต้นเหตุจากกรณีพิพาทเรื่องเขตแดนอันยาวนานระหว่างประเทศ ลุกลามเป็นความขัดแย้งทางทหาร การปะทะกันจวบจนเป็นสงคราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยแต่ละประเทศต่างได้ยึดอุดมการณ์ “ชาตินิยม” ท่ามกลางสายตาชาวโลกที่ต่างเพรียกเรียกร้องให้ตระหนักแน่นในแนวทางสันติภาพ ยึดหลัก “มนุษยธรรม” ต่อกัน ให้ทุกฝ่ายสงบศึกด้วยการเจรจาที่ประเทศมาเลเซีย แล้วตกลงยุติยุทธวิธีทางทหารทุกประการ แม้กระนั้นก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีความหวาดระแวงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัยชโย
อนึ่ง ในรอบสองเดือนที่ผ่านมา ความฉาวโฉ่ของฝ่ายศาสนจักรไทย จากปัญหาการละเมิดพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ระดับพระราชาคณะ พระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง ตลอดถึงพระสงฆ์ที่ได้รับความศรัทธาอย่างท่วมท้นจากมหาชนทั่วทุกสารทิศ เช่น วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี ที่ต่างได้ละเมิดพระวินัยอย่างร้ายแรง ด้วยการยักยอกทรัพย์สินของวัดที่ชื่อว่าสมบัติสาธารณะ นำไปใช้เป็นเอกสิทธิส่วนตนและให้กับบุคคลหรือสีกาผู้ใกล้ชิดเป็นจำนวนมหาศาลนั้น ได้สร้างความตกตะลึง บั่นทอนศรัทธาประชาชนที่มีต่อพระสงฆ์ไทยอย่างมาก นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ใคร ๆ ต่างไม่คาดคิดว่าจะปรากฏมีขึ้นในสมัยที่องค์กรอันได้ชื่อว่าส่งเสริมคุณธรรม จะเป็นผู้ที่ไร้คุณธรรมเสียเอง โดยปัญหาที่น่าละอายของเหล่าอลัชชีทั้งหมดนี้ล้วนมาจากความเห็นแก่ตัวที่ไร้ขีดจำกัด ละเลยบกพร่องต่อหน้าที่ ขาดสมณสัญญา จึงเปิดโอกาสให้กิเลสฝ่ายต่ำครอบงำจนนำไปสู่จิตที่มืดมน เป็นผลทำให้การบริหารชีวิตผิดวิสัยในแนวทางปฏิบัติของพระพุทธองค์ สำหรับผู้ที่ตื่นรู้แล้ว โลกใบนี้คือโลกของพวกเขาทั้งหมด หากสำหรับผู้ที่ยังคงหลับ โลกใบนี้คือโลกอันมืดมนของเขาเพียงผู้เดียว (Heraclitus)
ท้ายที่สุด วารสารปราชญ์ประชาคม ได้ตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนคือเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณค่า มีหน้าที่ในการนำพาตนเองไปอยู่ในผืนดินที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เติบโตและเบ่งบานอย่างสง่างามเต็มศักยภาพในแบบที่ตนเองและสังคมคาดหวังสร้างสรรค์สู่สาธารณะ ดังนั้น การสร้างพื้นที่การเรียนนรู้เพื่อการขัดเกลา เฝ้าระวังผลกระกระทบต่อสังคมไทย จึงเป็นหน้าที่และแรงใจให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานวิชาการเพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองให้สมบูรณ์ด้วยสุขภาวะทางร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม ตลอดไป
เผยแพร่แล้ว: 2025-08-31