รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านต้นต้อง ตำบลปิงหลวง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มหรือชมรมผู้สูงอายุในระดับหมู่บ้าน ให้เป็นกลไกในการสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ 2) พัฒนาศักยภาพคณะทำงานและแกนนำสุขภาพในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน และ 3) ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมของผู้สูงอายุในชุมชน บ้านต้นต้อง ตำบลปิงหลวง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 65 คน คัดเลือกแบบเจาะจงจากคุณสมบัติเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสภาพร่างกายจิตใจที่แข็งแรง สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ และให้ความยินยอมในการเข้าร่วมวิจัย ดำเนินการในระยะเวลา 10 เดือน เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามสุขภาพผู้สูงอายุ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแนวทางการสนทนากลุ่ม ซึ่งได้รับการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาและค่าความเชื่อมั่นจากผู้ทรงคุณวุฒิ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการเปรียบเทียบค่าก่อนและหลังการดำเนินโครงการ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มหรือชมรมผู้สูงอายุมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านโครงสร้างการบริหาร แผนปฏิบัติการ และกิจกรรมสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน 2) คณะทำงานและแกนนำสุขภาพ มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการจัดกิจกรรมสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 3) ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร และการดูแลสุขภาพตนเองดีขึ้นอย่างชัดเจน การดำเนินโครงการโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2564). รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2564. สำนักพิมพ์สุขภาพ.
นันทนา ปรีดาสุวรรณ, ถาวร ล่อกา, และสุนี ตันติตระการวัฒนา. (2561). การวิจัยพัฒนารูปแบบการ
ดำเนินงานเชิงหุ้นส่วนระหว่างองค์กรสาธารณสุขและสังคม: กรณีการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จังหวัดน่าน. วารสารสุขภาพล้านนา, 4(1), 1–15.
พัฒนา พิมพ์วัน. (2566). การศึกษาการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาสมาคมผู้สูงอายุ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. วารสารปราชญ์ประชาคม, 1(4), 1–13.
พิทยา ทองหนูน้อย. (2561). กระบวนการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชน. สำนักงานสาธารณสุข.
ศิรประภา หล้าสิงห์, สุมัทนา กลางคาร, และศิรินาถ ตงศิริ. (2563). การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 6(2), 29-40.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน. สำนักงาน.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). รายงานประชากรสูงอายุของประเทศไทย พ.ศ. 2565. สศช.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ปีงบประมาณ 2566. สำนักงาน.
อนุชา ลาวงศ์, ชุติภา บุตรดีวงษ์, เสถียรพงษ์ ศิวินา, จุไรรัตน์ แก้วพิลา และบุญชนะ ยี่สารพัฒน์. (2564). รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนท้องถิ่น จังหวัดร้อยเอ็ด. Journal of Modern Learning Development, 6(2), 268-277.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Rifkin, S. B. (1986). Lessons from community participation in health programs: A review of the post Alma-Ata experience. Health Policy and Planning, 1(2), 240–249.
Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 328–335. https://doi.org/10.1177/109019817400200403
World Health Organization. (1986). Ottawa Charter for Health Promotion. https://www.who.int/publications/i/item/ottawa-charter-for-health-promotion
World Health Organization. (2021). Decade of Healthy Ageing: Baseline report. https://www.who.int/publications/i/item/9789240017900