การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา นาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน โดยใช้บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน 2)เพื่อหาประสิทธิภาพ (E1/E2=80/80) ของบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (พุทธิพิสัย) ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ที่เรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 1 ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ เรื่องรำวงมาตรฐาน 2) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ เรื่องรำวงมาตรฐาน จำนวน 6 แผน 3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (พุทธิพิสัย) วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน จำนวน 30 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ค่าเฉลี่ย (× ̅) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สำหรับวิเคราะห์คะแนนจากแบบฝึกหัดระหว่างบทเรียนและแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 2) การทดสอบค่าที (Paired t-Test) สำหรับวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนและหลังเรียนจากแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน มีการพัฒนาตามขั้นตอนและวิธีการสร้างบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และมีขอบเขตเนื้อหาจากการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ และสาระสำคัญเกี่ยวกับรำวงมาตรฐาน มีลักษณะเป็นบทเรียนจำนวน 4 บท วางบนเว็บไซต์ชื่อ https://coachtortew.com บทเรียนประกอบด้วย ข้อมูลรายวิชา มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระสำคัญ เนื้อหา กิจกรรม แบบฝึกหัดประจำบท และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยนำเสนอด้วยข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว 2) ประสิทธิภาพของบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิชานาฏศิลป์ ได้จากการนำคะแนนแบบฝึกหัดและคะแนนแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย มาวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของกระบวน/การประสิทธิภาพของผลลัพธ์ E1/E2 มีค่าเท่ากับ 86.83 /81.67 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (พุทธิพิสัย) วิชานาฏศิลป์ เรื่อง รำวงมาตรฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังสูงกว่าก่อนการเรียนด้วยบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กมลลักษณ์ สุวรรณวงศ์, ศศิธร โสภารัตน์ และ ธัชทฤต เทียมธรรม.(2563). การส่งเสริมกระบวนการคิดแก้ปัญหาด้วยโครงงาน สะเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหอวัง ปทุมธานี. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาลัยนครราชสีมา ครั้งที่ 7 ประจำปี 2563 (The 7th NMCCON 2020). วันที่ 28 มีนาคม 2563.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
จุฑาทิพย์ อรุณรัตน์. (2562). การผลิตสื่อวีดิทัศน์ออนไลน์โดยการเรียนรู้แบบหรรษารายวิชาดนตรี-นาฏศิลป์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.สืบค้นจากhttp://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/
ชัยนันท์ วันอินทร์. (2566). การพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมทักษะทางดนตรี สำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในรายวิชาดนตรีปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์. วารสารดนตรีบ้านสมเด็จฯ, 5(2),5-47. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/MusBSRU/article/view/230
ชานนท์ ดำสนิท, สยาม จวงประโคน และ ชานนท์ จงจินากูล. (2566). การพัฒนาชุดสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์รายวิชาทฤษฎีดนตรีสากล 2 สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปะร้อยเอ็ด. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 42 (1) : 58-69. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/humsujournal/article/view/257987
ชินกฤต ศรีสุข. (2565). การพัฒนาสื่อการสอนออนไลน์ เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์กับวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 2 (2):50-63.
พิพัฒน์ศักดิ์ ไชยวงษ์. (2562). การพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนยางตลาดวิทยาคาร. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2(4):120-131.
ลัดดาวรรณ ศรีฉิม และ บัญชา สำรวยรื่น. (2559). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Siteตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ เรื่อง หลักการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ สาหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 10(1).129-144.
วาณิสรา เพิ่มอุดมทรัพย์ ระวิวรรณ วรรณวิไชย และนพดล อินทร์จันทร์.(2565). การผลิตสื่อวีดิทัศน์ออนไลน์ศิลปะการแสดงพื้นเมือง สำหรับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กรณีศึกษา ศิลปะการแสดง 3 ชุมชนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์.วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(8), 213–223.สืบค้นจากhttps://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/271433
วิฑูรย์ นิรมลรัตน์ และ พงศ์ประเสริฐหกสุวรรณ. (2561). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมเรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสำหรับชั้นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 33 (1):99-105. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/246542
ศุภเศรษฐ์ พึ่งบัว. (2562). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ วิชา อินเทอร์เน็ต ด้วยแอปพลิเคชัน Google classroom สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา. สืบค้นจาก https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/7378
สกุลรัตน์ จงสมชัย. (2561). การพัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รหัสวิชา ง 31247 เรื่องการเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ TGT. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 1(3):79-91.
สมศักดิ์ บุญอยู่ และ อุไรวรรณ ศรีไชยเลิศ. (2563). การพัฒนาสื่อการสอนออนไลน์ วิชานาฏศิลป์เพื่อฝึกทักษะปฏิบัติ โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้าน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 12 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม,จังหวัดนครปฐม , ประเทศไทย. วันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2563: 1015-1023
สุนารี คำนวณ, พิมพิกา มหามาตย์ และ ปิยะบุตร ถิ่นถา. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชานาฏศิลป์ไทย โดยใช้บทเรียนออนไลน์ด้วยโปรแกรม Google Site เรื่อง รำวงมาตรฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดช่องนนทรี. ภูพานวารสารมนุษยศษสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1).136-154.
Bloom, B.S. (Ed.). Engelhart, M.D., Furst, E.J., Hill, W.H., Krathwohl, D.R. (1956). Taxonomy Of Educational Objectives, Handbook I: The Cognitive Domain. New York: David McKay Co Inc
Bourne, J., Harris, D., & Mayadas, F. (2005). Online engineering education: Learning anywhere, anytime. Journal of Engineering Education, 94(1), 131-146.
Camilleri, M.A. & Camilleri, A.C. (2022). Learning from anywhere, anytime: Utilitarian motivations and facilitating conditions to use mobile learning applications. Technology, Knowledge and Learning, https://doi.org/10.1007/s10758-022-09608-8
Dillon, A., & Zhu, E. (1991). Designing web-based instruction: a human-computer interaction perspective. In B. H. Khan (Ed.), Web-Based Instruction (pp. 221-224). Englewood Cliffs, NJ: Educational Technologies Publications.
Eslit, E. R. (2023). 21st Century Teaching: Updates, Challenges, and Best Practices. St. Michael’s Coll., Iligan City, Philippines.
Khan, B. H. (1997). Web-Base Instruction. Englewood Cliffs, NJ: Education Technology Publications.
Kim, S., Raza, M., & Seidman, E. (2019). Improving 21st-century teaching skills: The key to effective 21st-century learners. Research in Comparative and International Education, 14(1), 99-117.
Samruayruen, B., Enriquez, J., Natakuatoong, O., & Samruayruen, K. (2013). Self-regulated learning: A key of successful learner in online learning environments in Thailand. Journal of Educational Computing Research (JECR), 48(1), 45 - 69. DOI: 10.2190/EC.48.1.c