การส่งบทความ
ข้อกำหนดการส่งบทความ
ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
- บทความเรื่องนี้ยังไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น (หากมีกรุณาอธิบายในข้อความถึงบรรณาธิการ)
- บทความเตรียมในรูปแบบของไฟล์ Microsoft Word และ PDF เท่านั้น
- มีการให้ URLs ที่เข้าถึงได้ สำหรับเอกสารที่อ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต
- บทความพิมพ์แบบใช้ระยะห่างบรรทัดปกติ (single-spaced) ขนาดฟ้อนท์ตัวอักษร 16pt(ในภาษาไทย) และ 12 pt(ในภาษาอังกฤษ) ใช้ตัวเอนแทนการขีดเส้นใต้สำหรับสังกัดผู้แต่ง (ยกเว้น ที่อยู่ URL) และ ระบุข้อมูล รูปวาด รูปภาพ และตาราง ในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นตามข้อกำหนดของวารสาร
- บทความเตรียมตามข้อกำหนด ทั้งในด้านของรูปแบบและการเขียนเอกสารอ้างอิง ตามคำแนะนำสำหรับผู้แต่ง (Author Guidelines)
คำแนะนำผู้แต่ง
คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความมีข้อควรพิจารณา ดังนี้
1. ผู้เขียนบทความควรมีระยะเวลาการรอคอยสำหรับกระบวนการตรวจพิจารณาคุณภาพบทความอย่างน้อย 60-75 วัน เนื่องจาก
- ระยะเวลาการตรวจประเมินคุณภาพบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิ (double-blind peer review) ทั้ง 3 ท่าน ใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน
- หากผลการประเมินปรากฏว่าผ่านการอนุมัติ ผู้เขียนบทความต้องมีระยะเวลาในการปรับแก้บทความตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 10-20 วัน
- กรณีต้องการหนังสือรับรองการตีพิมพ์ ทางกองบรรณาธิการฯ ใช้เวลาในการออกหนังสือประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากที่ผู้เขียนบทความนำส่งไฟล์บทความที่ปรับแก้เรียบร้อยแล้ว
2. ผู้เขียนบทความไม่สามารถขอแก้ไข/เลื่อนเวลากำหนดการตีพิมพ์ โดยเมื่อกองบรรณาธิการฯ ได้ออกหนังสือรับรองการตีพิมพ์ไปแล้ว กำหนดการตีพิมพ์บทความต้องเป็นไปตามนั้น
3. บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ผู้เขียนบทความนำส่งเข้ารับการพิจารณากับทางวารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต ทั้งบางส่วนหรือทั้งหมด ต้องไม่เคยตีพิมพ์ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณา หรือได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารฉบับอื่น
4. เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการ บทความที่ส่งเข้าพิจารณาจะต้องผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนด้วยโปรแกรม Turnitin โดยผลการตรวจสอบจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ซึ่งหมายความว่าเนื้อหาของบทความต้องไม่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับงานวิจัยอื่น ๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่มาก่อนเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
5. ผู้เขียนบทความต้องไม่กระทำการใดๆ อันอยู่ในขอบข่ายของการละเมิดจรรยาบรรณทางวิชาการ อาทิเช่น การคัดลอกผลงานทางวิชาการของบุคคลอื่น (plagiarism) ทั้งส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด รวมถึงการคัดลอกผลงานทางวิชาการของตนเอง (self-plagiarism) โดยการนำบางส่วนในผลงานครั้งก่อนของตนเองมาใช้ซ้ำให้ดูเสมือนกับเป็นงานที่เขียนใหม่ โดยไม่ระบุว่าเป็นงานที่ปรากฏในที่อื่นมาแล้ว
การจัดเตรียมต้นฉบับ
1. เป็นต้นฉบับที่ไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารฉบับอื่นมาก่อน บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ลงตีพิมพ์ในวารสารนี้แล้ว ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต
2. ต้นฉบับควรมีความยาวไม่เกิน 15 หน้ากระดาษ A4 เนื้อเรื่องมีความสมบูรณ์ในฉบับ และควรพิมพ์หน้าเดียว
3. สามารถตีพิมพ์บทความได้เพียงภาษาไทยเท่านั้น (เริ่มตีพิมพ์ภาษาไทยตั้งแต่ ปีที่ 20 เล่ม 2 เป็นต้นไป)
4. พิมพ์ต้นฉบับด้วยโปรแกรม Microsoft Word และ จัดพิมพ์ด้วยฟอนต์ TH Sarabun New ขนาดตัวอักษร 14pt ดาวน์โหลด >>> แบบฟอร์มการจัดทำบทความ <<<
5. แจ้งรายละเอียดของ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ ชื่อหน่วยงานหรือสถาบัน ที่สังกัด และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ อย่างครบถ้วนและถูกต้อง
6. รายละเอียดของต้นฉบับที่เป็นบทความวิจัย ให้เรียงลำดับตามหัวข้อ ต่อไปนี้
- บทคัดย่อ (Abstract) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ ทางภาษาก่อนส่งมายังกองบรรณาธิการ
- คำสำคัญ (Keywords) มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ควรเกินอย่างละ 5 คำ
- บทนำประกอบด้วย ความเป็นมา/ความสำคัญ และวัตถุประสงค์ในการวิจัย
- นิยามคำศัพท์เฉพาะ
- วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง วิธีการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง ขอบเขตการวิจัย แผนงานและระยะเวลาทำการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้
- ผลการศึกษา (ถ้าเป็นตารางให้เขียนชื่อตารางกำกับไว้ที่ส่วนบนของตาราง ถ้าเป็นรูปภาพให้เขียนชื่อรูปภาพ กำกับไว้ที่ส่วนล่างของรูปภาพ)
- อภิปรายผลการศึกษา
- ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
- กิตติกรรมประกาศ
- รายการอ้างอิง
7. รายละเอียดของต้นฉบับที่เป็นบทความวิชาการ ให้เรียงลำดับตามหัวข้อ ต่อไปนี้
- บทคัดย่อ (Abstract) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ ทางภาษาก่อนส่งมายังกองบรรณาธิการ
- คำสำคัญ (Keywords) มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ควรเกินอย่างละ 5 คำ
- บทนำ
- เนื้อเรื่อง
- บทสรุป
- รายการอ้างอิง
8. การเขียนรายการอ้างอิง
ผู้เขียนต้องจัดทำการอ้างอิงแหล่งข้อมูลทั้งในเนื้อหาและรายการอ้างอิงท้ายบทความให้เป็นไปตามรูปแบบ APA 7th Edition (American Psychological Association) โดยรายการอ้างอิงท้ายบทความต้องมีรายละเอียดสอดคล้องและตรงกับการอ้างอิงที่ปรากฏในเนื้อหาของบทความ และต้องไม่ปรากฏรายการอ้างอิงที่ไม่ได้มีการอ้างถึงในเนื้อหา
สำหรับแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการอ้างอิง วารสารขอให้ผู้เขียนพิจารณาเลือกใช้ แหล่งข้อมูลทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหาของบทความ เช่น บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ หนังสือหรือตำราทางวิชาการ และเอกสารจากหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ไม่ควรใช้เว็บไซต์ทั่วไป (Websites) และวิทยานิพนธ์ (Theses/Dissertations) เป็นแหล่งอ้างอิงหลักของบทความ เว้นแต่เป็นข้อมูลที่มีความจำเป็น มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นที่ศึกษา และไม่สามารถทดแทนด้วยแหล่งข้อมูลทางวิชาการอื่นที่เหมาะสมกว่าได้
รายการอ้างอิงท้ายบทความให้จัดเรียงตามลำดับ ดังนี้
- รายการอ้างอิงภาษาไทย (Thai References)
- รายการอ้างอิงภาษาอังกฤษ (English References)
- รายการอ้างอิงภาษาไทยที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ (Translated Thai References)
สำหรับ รายการอ้างอิงภาษาไทยที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ (Translated Thai References) ให้แปลรายละเอียดของแหล่งอ้างอิงภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยคงสาระสำคัญและข้อมูลของแหล่งอ้างอิงต้นฉบับให้ถูกต้อง และจัดรูปแบบตามหลักเกณฑ์ APA 7th Edition พร้อมระบุ [in Thai] ท้ายรายการอ้างอิง เพื่อแสดงให้ทราบว่าแหล่งข้อมูลต้นฉบับเป็นภาษาไทย
ทั้งนี้ ผู้เขียนควรเลือกใช้แหล่งอ้างอิงที่มีความทันสมัยและมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ศึกษา โดยเฉพาะบทความวิจัยและผลงานทางวิชาการที่ผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อส่งเสริมความน่าเชื่อถือและคุณภาพทางวิชาการของบทความ
9. กรณีที่มีการกล่าวอ้าง คัดลอก ข้อความ คำพูด รูปภาพ หรือข้อมูลอื่น ๆ ไม่ว่าตอนหนึ่งตอนใดหรือทั้งหมด มาจากแหล่งใด ๆ ก็ตาม โดยไม่ระบุหรืออ้างอิงถึงที่มาอย่างถูกต้องชัดเจน เจ้าของบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบในผลงานของตนเอง
ช่องทางการส่งต้นฉบับเพื่อรับการพิจารณา
ผู้เขียนสามารถส่งบทความวิจัยหรือบทความวิชาการ เพื่อเข้ารับการพิจารณาลงตีพิมพ์เผยแพร่ โดยใช้วิธีการส่งผ่านระบบ online submission ทางเว็บไซต์ jrtl.rsu.ac.th เท่านั้น โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. เข้าไปที่เมนู Submissions > ส่งบทความใหม่ และทำการสมัครสมาชิกผ่าน Create a new account (กรณีเคยสมัครสมาชิกแล้ว สามารถ login เข้าสู่ระบบได้เลย)
2. ดำเนินการการ attach file บทความ (ทั้ง ไฟล์ Microsoft Word และ ไฟล์ PDF) เข้าไปในระบบ
**ทั้งนี้ ผู้เขียนบทความต้องกรอกรายละเอียด ชื่อ นามสกุล สังกัด อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ ให้ครบถ้วนและถูกต้อง
3. รอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ของกองบรรณาธิการฯ หรือ โทรแจ้งการส่งบทความต้นฉบับที่ 02-7915689 หากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ภายใน 3 วันทำการ
4. ห้ามมิให้ดำเนินการโอนเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ก่อนได้รับการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่
การพิจารณาและตัดสินบทความ
การพิจารณาและตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความเพื่อการตีพิมพ์อยู่ภายใต้ดุลพินิจและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ โดยพิจารณาประกอบกับผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของวารสาร
ในกรณีที่ผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิมีความแตกต่างหรือขัดแย้งกัน หรือเกิดประเด็นที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ในกระบวนการพิจารณาบทความ การตัดสินใจของหัวหน้ากองบรรณาธิการ (Editor-in-Chief) ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
ค่าธรรมเนียมการตรวจพิจารณาบทความ
ค่าธรรมเนียมรวม 3,500 บาท ต่อ 1 บทความ
[มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบันและไม่ได้อยู่ในสังกัดเดียวกันกับเจ้าของบทความ เป็นผู้ตรวจพิจารณาคุณภาพบทความ (double-blind peer review) จำนวน 3 คน]
* หากผลปรากฏว่าถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ (rejected) ผู้เขียนบทความไม่สามารถเรียกร้องขอค่าธรรมเนียมคืนจากทางกองบรรณาธิการฯ
หมายเหตุ : อย่าโอนเงินค่าธรรมเนียม จนกว่าจะได้ติดต่อสอบถามรายละเอียดการตีพิมพ์และคิวการตีพิมพ์กับกองบรรณาธิการฯ มิเช่นนั้นหากต้องโอนเงินคืน กองบรรณาธิการฯ จะหักค่าธรรมเนียมในการโอนคืน
บัญชีรับโอนเงินค่าธรรมเนียม :
บัญชีสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยรังสิต
ชื่อบัญชี: โครงการค่าบริการวิชาการสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต เลขที่บัญชี: 020-079144-0
หลังการโอนเงิน โปรดแจ้งแก่ทางกองบรรณาธิการฯ ผ่านทางโทรศัพท์หมายเลข 02-7915689
พร้อมทั้งส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ E-mail : jrtl@rsu.ac.th (จำเป็นต้องส่งหลักฐานการโอน)
การตรวจพิจารณาคุณภาพบทความเพื่อลงตีพิมพ์
บทความวิจัยหรือบทความวิชาการที่นำลงตีพิมพ์จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ (double-blind peer review) จำนวน 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบัน และไม่ได้อยู่ในสังกัดสถาบันเดียวกับผู้เขียนบทความ