ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ และห้องเรียนกลับด้านเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีนและความเข้าใจทางวัฒนธรรม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือและห้องเรียนกลับด้านเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีนและความเข้าใจทางวัฒนธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ 1) ศึกษาพัฒนาการทักษะการพูดภาษาจีน 2) เปรียบเทียบความเข้าใจทางวัฒนธรรมของนักเรียนก่อนและหลังเรียน 3) เปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนตามรูปแบบ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนแผนศิลป์ภาษาจีน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 รวมนักเรียนจำนวน 11 คน โดยใช้
การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบทักษะการพูด แบบวัดความเข้าใจทางวัฒนธรรม แบบทดสอบผลการเรียนรู้ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า ประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฯ พบว่า 1) พัฒนาการทักษะการพูดภาษาจีนของนักเรียนสูงขึ้นในช่วงระหว่างเรียนจากระดับดีเป็นระดับดีมาก 2) ความเข้าใจทางวัฒนธรรมของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3) ผลการเรียนรู้ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. เข้าถึงเมื่อ 25 พฤษภาคม 2564, จาก https://www.moe.go.th/
______. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.
กรมวิชาการ. (2542). กระบวนการเรียนรู้และยุทธศาสตร์การเรียนรู้. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมนเนจเมนท์.
จันทวรรณ ปิยะวัฒน์. (2556). ห้องเรียนกลับทางในระบบชั้นเรียนออนไลน์ของไทย ClassStart.org. ใน วิจารณ์ พานิช (บ.ก.), ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง (น. xx–xx). มูลนิธิสยามกัมมาจล.
จินตนา วิเศษจินดา และ สมพงษ์ จิตระดับ. (2561). แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. Veridian E-Journal, 11(2), 445–455.
ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2560). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้านเพื่อส่งเสริมความสามารถในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับนักศึกษาครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 11(3), 1–12.
ฐิติมุนินทร์ ชูประดิษฐ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือและห้องเรียนกลับด้านเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีนและความเข้าใจทางวัฒนธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ทิศนา แขมมณี. (2563). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 24). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นริศ วศินานนท์. (2559). การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย. วารสารจีนศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 9(2), 263–287.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธีและเทคนิคการสอน.เดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมนเนจเมนท์.
วรากร แซ่พุ่น และคณะ. (2560). การศึกษาสภาพและปัญหาการเรียนการสอนภาษาจีนของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดยะลา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 12(ฉบับพิเศษ), 126–136.
วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2542). แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (พิมพ์ครั้งที่ 3). วัฒนาพานิช.
วิจารณ์ พานิช. (2556). ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง (พิมพ์ครั้งที่ 2). มูลนิธิสยามกัมมาจล.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (พิมพ์ครั้งที่ 7). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2556). การพัฒนาวิชาชีพครูสู่ยุคปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2. ใน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1-2 จังหวัดแพร่ (บ.ก.), เอกสารประกอบการประชุมสัมมนาทางวิชาการ การพัฒนาครูทั้งระบบตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2.
สุวรรณี ศิริพิทักษ์ชัย. (2559). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดภาระงานเป็นฐานโดยใช้แหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 6(ฉบับพิเศษ), 66–80.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สำนักนายกรัฐมนตรี. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). https://www.neSDc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: Reach every student in every class every day. Eugene, OR: International Society for Technology in Education.
Buckley, L. C. (2000). A framework for understanding cross-cultural issues in the English as a second language classroom. The CATESOL Journal, 12(1), 53–72.
Bygate, M., Skehan, P., & Swain, M. (2001). Researching pedagogic tasks: Second language learning, teaching, and testing. Harlow: Pearson Education.
Dema, O., & Moeller, A. K. (2012). Teaching culture in the 21st century language classroom. In T. Sildus (Ed.), Touch the world: Selected papers from the 2012 Central States Conference on the Teaching of Foreign Languages (pp. 75–91). Eau Claire, WI: Crown Prints.
Ellis, R. (2003). Task-based language learning and teaching. New York: Oxford University Press.
Finocchiaro, M., & Brumfit, C. (1983). The functional-notional approach: From theory to practice. New York: Oxford University Press.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1993). Circles of learning: Cooperation in the classroom (4th ed.). Edina, MN: Interaction Book Company.
Lee, J. (2000). Tasks and communicating in language classrooms. Boston: McGraw Hill.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 5–55.
Lü, B. (2007). Chinese and teaching Chinese as a second language. Peking: Peking University Press. (in Chinese)
Mukminatun, S. (2009). Developing cross-cultural understanding through sociolinguistic dissemination: A practice in multicultural education. In International Seminar: Multiculturalism and (Language and Art) Education: Unity and Harmony in Diversity, 21–22 October 2009, Languages and Arts Faculty, Yogyakarta State University.
Nunan, D. (1989). Designing tasks for the communicative classroom. Cambridge: Cambridge University Press.
Ojalvo, H. E., & Doyne, S. (2011, December 8). Five ways to flip your classroom with The New York Times. The New York Times Learning Network. https://learning.blogs.nytimes.com/2011/12/08/five-ways-to-flip-your-classroom-with-the-new-york-times/
Prabu, N. S. (1987). Second language pedagogy. Oxford: Oxford University Press.
Pratama, I. D. (2017). Active learning strategies in teaching cross-cultural understanding for English education students. EduLite Journal of English Education, Literature and Culture, 2(1), 303–316. https://doi.org/10.30659/e.2.1.303-316
Richards, J. C., & Rodgers, T. S. (2002). Approaches and methods in language teaching. Cambridge: Cambridge University Press.
Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning: Theory, research, and practice. Boston: Allyn & Bacon.
Willis, J. (1996). A framework for task-based learning. London: Longman.
Yi, Q. (2010). Culture understanding in foreign language teaching. English Language Teaching, 3(4), 58–61.
Yu, R. (2020). Culture in second or foreign language acquisition. Journal of Language Teaching and Research, 11(6), 943–947. https://doi.org/10.17507/jltr.1106.10