ปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจ ของพระนิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยทางจิตวิทยาด้านการรับรู้ความสามารถ
ของตนในการปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิต ด้านทัศนคติในการปฏิบัติศาสนกิจใน 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ของพระนิสิต และแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตวิทยากับแนวทาง
การปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่าง
ที่ใช้ในการศึกษาเป็นพระนิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2552
จำนวน 165 รูป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามปัจจัยทางจิตวิทยาด้านการรับรู้
ความสามารถของตนในการปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิตที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .9392 แบบสอบ
ถามปัจจัยทางจิตวิทยาด้านทัศนคติในการปฏิบัติศาสนกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีค่าความ
เที่ยงเท่ากับ .9261 และแบบสอบถามแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .9649
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธ์ิ
สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า
1. พระนิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีการรับรู้ความสามารถ
ของตนในการปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิต มีทัศนคติในการปฏิบัติศาสนกิจใน 3 จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ และมีแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจ อยู่ในระดับสูงมาก
2. ปัจจัยทางจิตวิทยาการรับรู้ความสามารถของตนในการปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิต
และทัศนคติในการปฏิบัติศาสนกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพระนิสิต มีความสัมพันธ์กับ
แนวทางการปฏิบัติศาสนกิจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กรองแก้ว อยู่สุข. (2537). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประทีป จินงี่. (2000). วารสารพฤติกรรมศาสตร.์ (Journal of Behavioral Science), Vol 6,
No 1. : 71-72)
พระมหาจันทร์ธรรม อินทรีเกิด. (2553). วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา. ปีที่ 2 ฉบับที่
มกราคม : 55-56)
วิภาวี ลืมเนตร. (2552). ทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทำงาน. กรณีศึกษา : บริษัท เนาวรัตน์
พัฒนาการ จำกัด (มหาชน). สารนิพนธ์ บธ.ม. (การจัดการ). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ภานุพงศ์ สยังกูล. (2547). ทัศนคติในการทำงานบริการและการปฏิบัติงานในชุมชนของผู้สำเร็จ.
สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตวิทยาลัย. วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง.
สุภาค์พรรณ ตั้งตรงไพโรจน์. (2549). เจไอคืออะไร. พิมพ์ครั้งแรก: พฤษภาคม. กรุงเทพมหานคร.
สำนักพิมพ์ : openbooks. หน้า 12.
อารง สุทธาศาสน์. (2524). ปัญหาความขัดแย้งในสี่จังหวัดภาคใต้. กรุงเทพฯ : พิทักษ์ประชา.
หน้า 69.
Bandura, Albert. (1978). The Self System in Reciprocal Determinism. American
Psychology.
______. (1977). "Self Efficacy : Toward Unifying of Behavioral Change."
Psychological Review. 84 :191 -215