ปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นดีไซน์ ของนักศึกษาศิลปะการออกแบบ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยทางจิตวิทยาด้านแฟชั่นดีไซน์ ได้แก่
แรงจูงใจ ค่านิยม การรับรู้จากสื่อ ความสามารถทางสังคม และบุคลิกภาพเชิงสร้างสรรค์ (2)
เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางจิตวิทยากับความคิดสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นดีไซน์ และ
(3) เพื่อศึกษาปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นดีไซน์ของนักศึกษา
ศิลปะการออกแบบ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 ของมหาวิทยาลัยรังสิต
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปีการศึกษา 2553 จำนวน
150 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามเป็น
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ค่าความเที่ยงของแบบวัดแต่ละด้าน คือ .7570 .6207 .7493
.8202 .6902 .9062 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และค่าถดถอยพหุคูณ (Multiple
Regression Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. นักศึกษาศิลปะการออกแบบ มีปัจจัยทางจิตวิทยา ด้านแฟชั่นดีไซน์ ได้แก่ แรงจูงใจ
ค่านิยม การรับรู้จากสื่อ ความสามารถทางสังคม และบุคลิกภาพเชิงสร้างสรรค์โดยรวมอยู่ใน
ระดับมาก
2. ปัจจัยทางจิตวิทยาด้านแฟชั่นดีไซน์ คือ แรงจูงใจ การรับรู้จากสื่อ ความสามารถ
ทางสังคม และบุคลิกภาพเชิงสร้างสรรค์ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความคิดสร้างสรรค์ด้าน
แฟชั่นดีไซน์ของนักศึกษาศิลปะการออกแบบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 ส่วน
ค่านิยมทางด้านแฟชั่นดีไซน์ มีความสัมพันธ์กับความคิดสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นดีไซน์ของ
นักศึกษาศิลปะการออกแบบ อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. ปัจจัยทางจิตวิทยาด้านแฟชั่นดีไซน์ทั้ง 5 ปัจจัยร่วมกันทำนายความคิดสร้างสรรค์
ด้านแฟชั่นดีไซน์ของนักศึกษาศิลปะการออกแบบได้ร้อยละ 46.1 โดยปัจจัยทางจิตวิทยาที่
ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นดีไซน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ประกอบด้วย
2 ปัจจัยคือ ความสามารถทางสังคม และแรงจูงใจ และปัจจัยที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ การรับรู้จากสื่อและค่านิยม ส่วนปัจจัย
บุคลิกภาพเชิงสร้างสรรค์ ไม่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นดีไซน์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
คู่มือการศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต, 2551-2552.
ล้วน สายยศ, อังคณา สายยศ. (2542). การวัดด้านจิตพิสัย. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
Anastasi. (1985). American Journal of Pathology. Vol. 128, No. 3, September 1987 : 65.
Davis, K. & Newstrom, J. W. (1983). Human behavior at work: Organizational behavior.
th ed. New York: McGraw-Hill.
Elle Fashion, 2550 : (นิตยสารแฟชั่น, No. 158. 2550:155).
Ruggiero, Vincent Ryan. (1984). The Art of Thinking. New York : Harper & Row.
Rokeach, M. (1968). The Natural of Human Value. New york : Free Press.
Sternberg. (1981). Occupational Therapy: Practice Skills for Physical.
Tois and Carroll. (1982). Dictionary of Management. จาก http//www.google.com
สืบค้นเมื่อเดือนมีนาคม 2551
Thomas, C.P. (1976). "Using Research in Teaching." The Arithmetic Teacher. 23 :
-141 ; February.
Torrance. Palue E. (1962). Creative Learning and Teaching. New York : Book Mead
Company.
Wright, Shell. (1998). Creativity, Motivation, and 'Defiant Behavior : Young
Addle scents' perceptions Of A Middle School Experience. Abstracts. 3 : 59.