การพัฒนาชุดทดลองเรื่อง การกำทอนของคลื่นในท่ออากาศ

Main Article Content

ปรียา อนุพงษ์องอาจ

บทคัดย่อ

ในการวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อออกแบบและพัฒนาชุดทดลองเรื่อง การกำทอนของ
คลื่นในท่ออากาศ โดยอาศัยหลักการทางฟิสิกส์และทางอิเล็กทรอนิกส์ ผลการวิจัยได้ออกแบบ
และสร้างชุดทดลองเรื่องการกำทอนของคลื่นในท่ออากาศ โดยใช้ Function Generator เป็นเครื่อง
กำเนิดสัญญาณไฟฟ้า ความถี่ที่ใช้อยู่ในช่วงตั้งแต่ 600 - 1600 Hz ใช้คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนเป็น
อุปกรณ์ในการรับเสียง เสียงที่ได้รับจะผ่านวงจรปรับปรุงสัญญาณ และใช้เครื่องออสซิลโลสโคป
เป็นส่วนแสดงผลของสัญญาณ โดยแสดงผลเป็นสัญญาณรูปคลื่น นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษา
ระดับความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อชุดทดลองเรื่อง การกำทอนของคลื่น
ในท่ออากาศ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาปฏิบัติการ
ฟิสิกส์ 2 (PHY 224) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 115 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มแบบ
เจาะจง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ TTest
ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS พบว่า
1. ประสิทธิภาพของชุดทดลองเรื่อง การกำทอนของคลื่นในท่ออากาศที่ออกแบบ
และพัฒนา เมื่อทำการทดสอบการทำงานของเครื่อง สามารถหาอัตราความเร็วเสียงในอากาศจาก
ชุดทดลองเปรียบเทียบกับอัตราความเร็วเสียงในอากาศที่อุณหภูมิห้องพบว่า มีค่าร้อยละ
ความแตกต่าง 1.08 และจากการทดสอบที่ความถี่ 600, 800, 1,000, 1,200, 1,400 และ 1,600
Hz พบว่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.070 - 0.237
2. ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของระดับความพึงพอใจต่อ
ชุดทดลองเรื่องการกำทอนของคลื่นในท่ออากาศ มีค่าเท่ากับ 4.24 และ 0.719 แสดงว่า นักศึกษา
มีความพึงพอใจต่อการใช้ชุดทดลองนี้ อยู่ในระดับพึงพอใจมาก
3. นักศึกษามีความพึงพอใจต่อชุดทดลองเรื่อง การกำทอนของคลื่นในท่ออากาศ
ในข้อที่ได้รับค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรกดังนี้ ในด้านลักษณะทางกายภาพได้แก่ อันดับที่ 1 คือ
ชุดทดลองมีความเหมาะสมต่อการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ
0.626 อันดับที่ 2 คือชิ้นส่วนของชุดทดลองสามารถหาอะไหล่ได้ง่าย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.854 อันดับที่ 3 คือชิ้นส่วนของชุดทดลอง สามารถซ่อมแซม
และเปลี่ยนง่าย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.712 ในด้านความเหมาะสม
ต่อการนำไปใช้งาน ได้แก่ อันดับที่ 1 คือ เชื่อมต่อกับเครื่องออสซิลโลสโคปได้อย่างง่ายและสะดวก
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.646 อันดับที่ 2 คือ ผลของชุดทดลองนี้
หาอัตราเร็วเสียง ในอากาศได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.655 อันดับที่
3 คือ ชุดทดลอง ติดตั้งง่าย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.719

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อนุพงษ์องอาจ ป. (2026). การพัฒนาชุดทดลองเรื่อง การกำทอนของคลื่นในท่ออากาศ. วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต, 5(2), 5–19. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/jrtl/article/view/5491
ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

ทิพย์ศิริ จันทร์ชื่น, ปริยาภรณ์ พวงแก้ว. (2551). การศึกษาและออกแบบเครื่องช่วยฟัง. ปริญญา

นิพนธ์วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาอุปกรณ์ชีวการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย

รังสิต.

ธวัช แก้วกัณฑ์. (2553). เอกสารประกอบการสอนวิชาอิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์. (BMI 323)

ปรียา อนุพงษ์องอาจ. (2553). ฟิสิกส์ 2 และฟิสิกส์ทั่วไป 2 (PHY 223, PHY 133). พิมพ์

ครั้งที่ 13. โรงพิมพ์ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต.

วรพงศ์ ตั้งศรีรัตน์. (2545). ออปแอมป์และการประมวลผลสัญญาณอนาลอก. สำนักพิมพ์สถาบัน

เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.

วงจรรวมหรือไอซี (Integrated Circuit, IC) และไอซีออปแอมบ์ (OP-AMP). (online)

http://eestud.kku.ac.th/eCamp/eCamp48/fileppt/ic.pp, สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2553

สญชัย อึ้งสมรรถโกษา, ยุทธพงศ์ ฉัตรกุลกวิน. Basic Electronic. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อัมพรอาร์ต

แอนด์ ปรินซ.์

สุรชัย นพรัตน์แจ่มจำรัส, อัศวิน เรณูสวัสด์ิ, เชิญโชค ศรขวัญ, ขวัญ อารยะธนิตกุล, นฤมล

เอมะรัตต์, รัชภาคย์ จิตต์อารี. (2547). การแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่องคลื่นเสียง

ภายในหลอดกำทอน. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ครั้งที่ 30 (วทท.30) ตุลาคม. หน้า 233

Futurlec. Microphones. (online). http://www.futurlec.com/Microphones.shtml, สืบค้นเมื่อ

ตุลาคม 2553

John D. Cutnell & Kenneth W. Johnson. (2007). Physics. 7th Edition. John Wiley &

Sons (Asia) Pte Ltd.