ปัจจัยด้านการประกอบอาชีพที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากงานในบุคลากรทางการแพทย์ กรณีศึกษา: โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดลพบุรี
คำสำคัญ:
ความเครียดจากงาน, บุคลากรทางการแพทย์ , โรงพยาบาลชุมชน , จังหวัดลพบุรีบทคัดย่อ
ความเครียดจากงานเป็นปัญหาสำคัญในบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากต้องเผชิญกับภาระงานความรับผิดชอบสูง และสถานการณ์กดดันอย่างต่อเนื่อง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการประกอบอาชีพที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากงานในบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดลพบุรี การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 120 คน โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติถดถอยพหุโลจิสติก ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 41.5 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าร้อยละ 76.7 มีโรคประจำตัวร้อยละ 40.0 ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานในสายวิชาชีพร้อยละ 69.2 ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 52.5 มีชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 69.2 ไม่ได้ทำงานเป็นกะร้อยละ 55.8 และมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตร้อยละ 74.2 และมีความเครียดจากงานระดับสูงร้อยละ 51.6 โดยเฉพาะด้านการสนับสนุนทางสังคมมีระดับสูงมากที่สุดร้อยละ 84.2 รองลงมา ได้แก่ ด้านความมั่นคงในหน้าที่การงาน ร้อยละ 76.7 และด้านอำนาจควบคุมงานและการตัดสินใจในงานร้อยละ 65.0 บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มงานกระตุ้น ร้อยละ 35.8 ปัจจัยด้านการประกอบอาชีพของความเครียดจากการทำงานในบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ ผู้ที่ปฏิบัติงานมากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ (OR adj = 0.25, 95%CI = 0.10 - 0.62, p-value = 0.003) ดังนั้น หน่วยงานควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาระงานและชั่วโมงการทำงาน รวมถึงการจัดระบบการทำงานเป็นกะอย่างเหมาะสม เพื่อลดระดับความเครียดจากการทำงานและส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจของบุคลากรทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. ระบบศูนย์กลางให้บริการผู้ป่วยจิตเวชของประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 จาก https://dmh.go.th/report/.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การจัดการทางด้านอาชีวอนามัยและการสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569 จากhttps://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1002120200423020936.pdf.
จุมภฎ พรมสีดา. ประชาชน-บุคลากรทางการแพทย์ เครียดมากขึ้นช่วงผ่อนปรนฯโควิด-19. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 จาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_2232279.
โรงพยาบาลพัฒนานิคม. จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ ข้อมูลจากงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดลพบุรี. ลพบุรี, โรงพยาบาลพัฒนานิคม. 2568.
โรงพยาบาลพัฒนานิคม. ข้อมูลความผูกพันในองค์กรของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชน ฐานข้อมูลพนักงานโรงพยาบาลพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี. ลพบุรี, โรงพยาบาลพัฒนานิคม. 2568.
ทองแก้ว ธัญยธรณ์, และศุภปีติพร ศิริลักษณ์. ความเครียดจากการทำงานและปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. จุฬาลงกรณ์เวชสาร. 2561; 62(2): 8.
ปณัสต์ดา ทองคำ. ความชุกของความเครียดจากการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของพนักงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่ง. [วิทยานิพนธ์]. ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2566.
คณิน จินตนาปราโมทย์, พรชัย สิทธิศรัณย์กุล, และเดชา ลลิตอนันต์พงศ์. ความชุกของความเครียดจากการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในแพทย์ประจำบ้านโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่ง ประเทศไทย. 2563; 65(3): 207 - 18.
วรกัญญ์ เถาหมอ. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดจากการทำงานของบุคลากรในโรงพยาบาลทั่วไป. พุทธชินราชเวชสาร. 2563; 37(1): 49 - 59.
Ito S, Fujita S, Seto K, Kitazawa T, Matsumoto K, and Hasegawa T. Occupational stress among healthcare workers in Japan. A journal of Prevention, Assessment & Rehabilitation Sage Journals. 2014; 49(2): 51 - 60.
เอกลักษณ์ แสงศิริรักษ์, และสิรินรัตน์ แสงศิริรักษ์. ความเครียดและอารมณ์เศร้าของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2563; 65(4): 400 - 8.
พิชญา พรรคทองสุก, และนวลตา อาภาคัพภะกุล. การทดสอบความเที่ยงตรงและการดัดแปลงเครื่องมือวัดความเครียดจากงานของ Karasek ให้เหมาะสมกับคนไทย [รายงานวิจัย]. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. 2548.
Karasek RA. Job demands, job decision latitude, and mental strain: Implications for job redesign. Administrative Science Quarterly. 1979; 24(2): 285 - 308.
Bursac Z, Gauss CH, Williams DK, and Hosmer DW. Purposeful selection of variables in logistic regression. Source Code for Biology and Medicine. 2008; 3(17). 1 – 8. DOI: 10.1186/1751-0473-3-17.
Hosen I, Al-Mamun F, and Mamun MA. Prevalence and risk factors of the symptoms of depression, anxiety, and stress during the COVID-19 pandemic in Bangladesh: A systematic review and meta-analysis. Global Mental Health. 2021; 8(e47): 1 - 16. DOI: 10.1017/gmh.2021.49.
World Health Organization and International Labour Organization. Long working hours and health. World Health Organization. 2021. Accessed 27 December 2025 from https://www.who.int/news/item/17-05-2021-long-working-hours-increasing-deaths-from-heart-disease-and-stroke-who-ilo.
จารุวรรณ ประภาสอน. ความเครียดและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงพยาบาลแดนดง จังหวัดบุรีรัมย์ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2564; 15(38): 469 - 583.
Dall’Ora C, Griffiths P, Ball J, Simon M, and Aiken LH. Association of 12 h shifts and nurses’ job satisfaction, burnout and intention to leave: Findings from a cross-sectional study of 12 European countries. BMJ Open. 2015; 5(9): e008331. DOI: 10.1136/bmjopen-2015-008331.
กฤตภพ ฐิตารีย์, และวรุฒ ชัยวงษ์. การศึกษาถึงความชุกและปัจจัยที่มีผลเกี่ยวข้องต่อความเครียดจากการทำงานของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง. ธรรมศาสตร์เวชสาร. 2562; 19(1): 115 - 32.
Caruso CC, Hitchcock EM, Dick RB, Russo JM, Schmit JM. Overtime and extended work shifts: recent findings on illnesses, injuries, and health behaviors. Cincinnati (OH): U.S. Department of Health and Human Services, Centers for Disease Control and Prevention, National Institute for Occupational Safety and Health; 2004. DHHS (NIOSH) Publication No. 2004 - 143.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

