https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERPH_Yala/issue/feed วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข 2026-07-21T00:00:00+07:00 Mr.Awirut Singkun jalor-journal@yala.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วัตถุประสงค์<br /></strong> วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข (Journal of Education and Research in Public Health : JERPH) เป็นวารสารที่เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการศึกษาทางสาธารณสุขและการวิจัยทางสาธารณสุข เป็นวารสารของวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา ที่มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ผ่านบทความประเภทต่างๆ สู่สาธารณะในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-journal)</p> <p><strong>TCI : กลุ่มที่ 2<br /><br /></strong><strong>ISSN :</strong> 2985-0126 (Online)</p> <p> </p> <p><strong>นโยบายการเผยแพร่บทความ</strong></p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่ : ราย 4 เดือน ออกปีละ 3 ฉบับ</strong><br /> ฉบับที่ 1 ประจำเดือน มกราคม - เมษายน <br /> ฉบับที่ 2 ประจำเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม <br /> ฉบับที่ 3 ประจำเดือน กันยายน - ธันวาคม</p> <p><strong>จำนวนบทความที่เผยแพร่ : <br /></strong> ปี พ.ศ. 2566 – 2568 เผยแพร่ฉบับละ 5 – 7 บทความ<br /> ปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป เผยแพร่ฉบับละ 7 – 10 บทความ</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ :</strong> </p> <ul> <li>1 มกราคม 2566 – 31 มีนาคม 2569</li> </ul> <p> ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความในทุกขั้นตอน</p> <p> </p> <ul> <li>1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป</li> </ul> <p> ค่าธรรมเนียมการส่งบทความ ฟรี</p> <p> ค่าธรรมเนียมการประเมินบทความ ฟรี</p> <p> ค่าธรรมเนียมการจัดการ ฟรี</p> <p> ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ 3,000 บาท</p> <p> (เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความเมื่อได้รับการตอบรับแล้ว)</p> <p><strong>หมายเหตุ</strong> : บทความที่ส่งเข้าระบบวารสารก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 และอยู่ในระหว่างกระบวนการตามขั้นตอนของวารสาร ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ ถึงแม้จะเผยแพร่หลังวันที่ 1 เมษายน 2569</p> <hr /> <p><strong>ขอบเขตการตีพิมพ์</strong></p> <p> วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สังคมศาสตร์ (การสาธารณสุข, การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ)</p> <hr /> <p><strong>จริยธรรมการตีพิมพ์</strong></p> <p> วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุขกำหนดจริยธรรมการเผยแพร่บทความ ดังนี้</p> <p><strong>สำหรับผู้นิพนธ์ (Authors) :</strong></p> <ol> <li>ดำเนินการตามหลักการวิจัยและหลักจริยธรรม</li> <li>มีความซื่อสัตย์ในการบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ การแปลผล และการรายงานผล</li> <li>มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ ไม่คัดลอกผลงานผู้อื่น และไม่นำเสนอผลงานซ้ำ</li> <li>บทความต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น</li> <li>เนื้อหา ข้อความ ภาพและตารางประกอบ เป็นความคิดเห็นและการดำเนินการของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นตามเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ร่วมกับผู้นิพนธ์</li> </ol> <p><strong>สำหรับบรรณาธิการ (Editor) และวารสาร (Journal) :</strong></p> <ol> <li>พิจารณาคัดกรองบทความอย่างยุติธรรม ไม่มีอคติ</li> <li>ควบคุมคุณภาพการเผยแพร่บทความและดำเนินการตามแนวทางจริยธรรม</li> <li>เผยแพร่บทความของบุคลากร นักศึกษา และนักวิจัยทั้งจากภายในและภายนอกหน่วยงาน</li> <li>บทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสารจะต้องมีรูปแบบตามที่วารสารกำหนด</li> <li>จัดการปกปิดข้อมูลของนักวิจัยและผู้ประเมินบทความ</li> </ol> <p><strong>สำหรับผู้ประเมินบทความ (Peer Reviewers):</strong></p> <ol> <li>ประเมินบทความตามหลักวิชาการ หลักการวิจัย และหลักจริยธรรม อย่างยุติธรรม ไม่มีอคติ</li> <li>ให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงพัฒนาบทความ รวมถึงข้อเสนอแนะในการจัดทำผลงานต่อไป</li> <li>รักษาความลับของบทความที่ได้รับการประเมิน</li> </ol> <hr /> <p><strong>นโยบายการประเมินบทความ</strong></p> <p> บทความที่จัดพิมพ์ในวารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุขได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) <strong>โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญสาขาที่เกี่ยวข้อง (Peer reviewers) ประเมินบทความจำนวน 3 ท่าน/บทความ แบบปกปิด 2 ทาง (Double blind)</strong><br /> <strong> การประเมินบทความ</strong><br /> บทความของบุคลากรภายในวิทยาลัย : ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภายนอก ทั้ง 3 คน<br /> บทความของนักวิจัยจากหน่วยงานภายนอก : ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง จากภายในวิทยาลัยฯ และ/หรือหน่วยงานภายนอก</p> <hr /> <p><strong>ประเภทของบทความที่ตีพิมพ์</strong></p> <ol> <li>บทความวิจัย (Research article) เป็นบทความทั้งวิจัยพื้นฐานและวิจัยประยุกต์</li> <li>บทความวิชาการ (Academic article) เป็นบทความที่วิเคราะห์ประเด็นตามหลักวิชาการ โดยมีการทบทวนวรรณกรรมและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ</li> <li>บทบรรณาธิการ (Editorial)</li> <li>บทความปริทัศน์ (Review article) เป็นบทความที่รวบรวมความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากวารสารหรือหนังสือต่างๆ นำมาเรียบเรียง วิเคราะห์ วิจารณ์ให้เกิดความกระจ่างมากในประเด็นนั้นๆมากยิ่งขึ้น</li> <li>บทความพิเศษ (Special article) เป็นบทความที่แสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่อยู่ในความสนใจเป็นพิเศษ หรือเป็นบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ</li> <li>รายงานเบื้องต้น (Short report or pilot study) เป็นการนำเสนอรายงานผลการศึกษาวิจัยที่ทำเสร็จยังไม่สมบูรณ์และต้องศึกษาต่อเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมหรือเป็นการศึกษาเบื้องต้นที่ผลการศึกษาไม่พบความสัมพันธ์ในสิ่งที่ศึกษามีลำดับเนื้อเรื่องเหมือนนิพนธ์ต้นฉบับ</li> <li>กรณีศึกษา (Case study) เป็นการศึกษาสถานการณ์ที่น่าสนใจและมีผลกระทบกับสุขภาพ หรือเป็นการนำเสนอผู้ป่วยที่ไม่ธรรมดาหรือกลุ่มอาการโรคใหม่ที่ไม่เคยมีรายงานมาก่อน หรือพบไม่บ่อย</li> </ol> <hr /> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์บทความ</strong></p> <p>ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <hr /> <p> </p> https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERPH_Yala/article/view/6854 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 2026-06-12T14:58:03+07:00 สิรินันท์ สุวรรณาภรณ์ sirinan.suw@mfu.ac.th กชกร อ่อนจิตร 6451804501@lamduan.mfu.ac.th ภมรศรี อินทร์ชน pamornsri.sri@mfu.ac.th <p>การศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จำนวน 355 คน ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแควร์ สถิติฟิชเชอร์และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กัฐคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ การเคี้ยวหมาก การรับบริการทางทันตกรรมในรอบ 6 เดือน แรงสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน โดยผู้สูงอายุที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าผู้ที่เคยดื่มหรือดื่มอยู่ในปัจจุบัน 2.26 เท่า (OR<sub>adj</sub> = 2.26) ผู้สูงอายุที่เคยเคี้ยวหมากหรือยังเคี้ยวหมากอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดีน้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยเคี้ยวหมากอยู่ 0.25 เท่า (OR<sub>adj </sub>= 0.25, 95%CI = 0.09 – 0.77) ผู้ที่ไม่เคยเข้ารับบริการทางทันตกรรมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีคุณภาพชีวิตดีน้อยกว่าผู้ที่เคยรับบริการทางทันตกรรมในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา <br />0.28 เท่า (OR<sub>adj </sub>= 0.28, 95%CI = 0.11 – 0.71) แรงสนับสนุนทางสังคมพบว่า กลุ่มที่ได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวระดับมากและปานกลางมีคุณภาพชีวิตดีกว่ากลุ่มที่ได้รับระดับน้อย 3.61 เท่า (OR<sub>adj </sub>= 3.61) และ 3.08 เท่า (OR<sub>adj</sub> = 3.08) ตามลำดับ แรงสนับสนุนจากเพื่อนระดับปานกลางและระดับมากคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับระดับน้อย 6.51 เท่า (OR<sub>adj </sub>= 6.51) และ 3.53 เท่า (OR<sub>adj</sub> = 3.53) ตามลำดับ ผลการศึกษาเป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์อย่างยั่งยืนต่อไป</p> 2026-07-21T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข