แนวทางการสร้างเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ: บทบาทเชิงวิชาชีพ และความท้าทายในบริบทสังคมสูงวัย
คำสำคัญ:
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ, การสร้างเสริมพลังอำนาจ , เครือข่ายชุมชน , สุขภาพผู้สูงอายุบทคัดย่อ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18.3 ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ภายในปี 2573 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ภาระการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเรื้อรังซึ่งพบว่าร้อยละ 78.0 ของผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอย่างน้อยหนึ่งโรค และมากกว่าร้อยละ 30 มีภาวะพึ่งพิงต้องการผู้ดูแลหลัก ผู้ดูแลจำนวนมากเผชิญข้อจำกัดด้านความรู้ ทักษะ และการสนับสนุนทางสังคม ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดและความเหนื่อยล้าจากการดูแล ซึ่งงานวิจัยรายงานว่า ร้อยละ 40 - 60 ของผู้ดูแลมีภาวะภาระผู้ดูแล (Caregiver burden) ในระดับปานกลางถึงรุนแรง บทความวิชาการนี้นำเสนอแนวคิดการสร้างเสริมพลังอำนาจผู้ดูแลตามทฤษฎี Gibsonโดยประกอบด้วย 3 มิติหลัก ได้แก่ ความรู้และทักษะ จิตใจและอารมณ์ และสังคมและเครือข่ายสนับสนุน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ ลดภาวะแทรกซ้อน และยกระดับคุณภาพการดูแล พยาบาลวิชาชีพมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้ความรู้ ผู้ประสานงาน ผู้สนับสนุนทางจิตใจ และผู้สร้างเครือข่ายชุมชน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจริงยังได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านเวลา บุคลากร และความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการของครอบครัวผู้ดูแล โดยเสนอข้อแนะนำเชิงนโยบาย ได้แก่ การพัฒนามาตรฐานการเสริมพลังอำนาจผู้ดูแล การสร้างสื่อและนวัตกรรมการดูแล การจัดระบบคัดกรองภาระผู้ดูแล การพัฒนาเครือข่ายชุมชนผู้ดูแล และการบูรณาการการดูแลเข้ากับระบบ Long - Term Care รวมถึงการสนับสนุนสวัสดิการแก่ผู้ดูแลกลุ่มเสี่ยง การดำเนินงานเชิงระบบดังกล่าวจะช่วยลดภาระผู้ดูแล เสริมพลังการดูแลตนเองของผู้สูงอายุและเพิ่มศักยภาพระบบสุขภาพไทยให้รองรับสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
United Nations. World Population Ageing. New York. UN Department of Economic and
Social Affairs. 2020.
นักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานประชากรสูงอายุของประเทศไทย พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ, สำนักงานสถิติแห่งชาติ. 2565.
WHO. Global strategy and action plan on ageing and health. Geneva, World Health Organization. 2017.
Clark C, Lyons I, and Sayers A. Caregiver education interventions for older adults: A systematic review. Journal of Gerontological Nursing. 2019; 45(9): 21 – 30.
Panyasri K, and Wongpakaran N. Psychological empowerment of family caregivers: A conceptual review, Thai Journal of Nursing Research. 2020; 24(2): 105 – 12.
Chiu M, Wray L, and Lu X. Social support and caregiving for the elderly: A systematic review, Ageing & Society. 2018; 38(3): 567 – 89.
สุภาวดี อินทร์ม่วง. การส่งเสริมความรู้ผู้ดูแลผู้สูงอายุโรคเรื้อรังในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2563; 38(2): 45 – 56.
Kwon J, and Kim H. Nurse’s role in supporting caregivers of frail elderly: An integrative review. International Journal of Nursing Studies. 2021; (115): 103 - 846.
Gibson CH. A concept analysis of empowerment. Journal of Advanced Nursing. 1991; 16(3): 354 – 61.
วรางคณา แก้วประเสริฐ. การสร้างเครือข่ายผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนชนบท. วารสารวิจัยสุขภาพชุมชน. 2564; 15(1): 77 – 89.
แสงเดือน จันทร์หอม. ข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากรของพยาบาลในการดูแลผู้สูงอายุ. วารสารสาธารณสุขศาสตร์. 2562; 49(3): 233 – 41.
Chou KR, Chu H, and Tseng CL. The effectiveness of support groups for caregivers of elderly with dementia. International Journal of Geriatric Psychiatry. 2018; 33(4): 472 – 82.
ศศิธร แก้วคำ. ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตผู้ดูแลผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยการพยาบาล. 2561; 32(2): 65 – 74.
OECD. Caregiving in ageing societies: Policy challenges. Paris: OECD Publishing. 2021.
Oliver D, Healey F, and Haines T. Preventing falls and fall - related injuries in hospitals. Clinics in Geriatric Medicine. 2010; 26(4): 645 - 92.
Rajabi R, Forozy M, Fooladvandi M, and Eslami H. Effectiveness of the Family - Centered Empowerment Model on informal caregivers of individuals with chronic diseases. Journal of Clinical Nursing. 2025; 34(5-6): 789 - 98.
Twigg DE, and McCullough K. Occupational identity and work - based experiences of nurses. Journal of Advanced Nursing. 2014; 70(12): 2801 – 812.
Zhang N, Bai Y, Tao A, Zhao Y, and Chan HYL. Effects of psychoeducational interventions on caregiver burden among family caregivers of older adults: a meta - analysis. The Journals of Gerontology: Series B, Psychological Sciences and Social Sciences. 2019; 74(6): 953 – 61.
National Alliance for Caregiving. Caregiving in the U.S. 2020. Bethesda, MD: NAC & AARP Public Policy Institute. 2020.
World Health Organization. World report on ageing and health. Geneva: WHO. 2021.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
