Effects of “Bring Heart Back” Program Combining with LINE Stickers on Knowledge, Self-efficacy, and Basic Life Support Skills among Vocational Certificate Students in Chachoengsao Province
Keywords:
Basic life support, Self-efficacy, LINE application, Program, Vocational studentsAbstract
Cardiac arrest is a critical public health issue where the speed of life-saving intervention directly affects survival. This quasi-experimental study examined the effects of the “Bring Heart Back” program combined with LINE Stickers on knowledge, self-efficacy, and basic life support (BLS) skills among vocational certificate students in Chachoengsao Province. The sample of 80 vocational students was divided into an experimental group (n = 40) and a comparison group (n = 40) using multi-stage random sampling. The experimental group received the program for eight weeks, while the comparison group received regular care. Measurements were conducted at pre-intervention, post-intervention, and follow-up. Data were analyzed using descriptive statistics and Repeated measures ANOVA. Post-program, the experimental group showed significantly higher mean scores in knowledge, self-efficacy, and BLS skills compared to both the pre-intervention phase (p-value < 0.001) and the comparison group. At follow-up, the mean scores for knowledge, self-efficacy, and BLS skills decreased compared to the post-intervention phase but remained higher than the baseline and those of the comparison group. These findings suggest the “Bring Heart Back” program combined with LINE Stickers effectively enhances knowledge, self-efficacy, and BLS skills. These findings suggest the “Bring Heart Back” program combined with LINE Stickers effectively enhances knowledge, self-efficacy, and BLS skills. Relevant agencies should integrate this program into vocational curricula and utilize the LINE application for continuous review to maintain student competencies in medical emergency response.
Downloads
References
World Health Organization. Noncommunicable-diseases. Accessed 27 September 2023 from https://www.who.int/news room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases.
กรมควบคุมโรค. รายงานประจำปี 2565 กองโรคไม่ติดต่อ. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2566 จากhttps://online.fliphtml5.com/hvpvl/evzj/.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. สถานการณ์และแนวโน้มสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉิน (ระดับโลกและประเทศไทย). สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2566 จากhttps://www.niems.go.th/1/Ebook/Detail/14529?group=60.
ระบบฐานข้อมูลกลางด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. กลุ่มรายงานมาตรฐาน "สาเหตุการป่วย/ตาย". สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2566 จาก https://hdc.moph.go.th/cco/public/standard-report-detail/e9203cf0744a3056e5852697e40de86e.
Sasson C, Rogers MAM, Dahl J, and Kellermann AL. Predictors of survival from out-of-hospital cardiac arrest: a systematic review and meta-analysis. Circulation. Cardiovascular quality and outcomes. 2010; 3(1): 63 - 81.
สุภาพ เหมือนชู, วิภาดา ตรงเที่ยง, และภุมรินทร์ อินขัวนี. การเตรียมนักศึกษาพยาบาลเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน 2015. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2560; 28(2): 16 - 27.
เพ็ญพักตร์ ไชยสงเมือง, และชัจคเณค์ แพรขาว. ผลของโปรแกรมการสอนการช่วยเหลือขั้นพื้นฐานภาวะหัวใจหยุดเต้น ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2561; 28(2): 118 - 32.
นันทวรรณ ทิพยเนตร, เกียรติศักดิ์ ชัยพรม, และวชิร ชนะบุตร. เปรียบเทียบการอบรมการช่วยฟื้นชีพ ขั้นพื้นฐานในกลุ่มนักเรียนโรงเรียนมัธยมจังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2561; 37(4): 470 - 76.
มัตถก ศรีคล้อ, มาลินี อยู่ใจเย็น, และธนวันต์ ศรีอมรรัตนกุล. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ในการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานต่อความรู้และ ทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ. 2562; 35(1): 239 - 51.
วริศรา เบ้านู. ประสิทธิผลของโปรแกรมการแนะนำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานทางโทรศัพท์ กรณีพบผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย. 2561; 6: 37 - 47.
Lockey AS, Barton K, and Yoxall H. Opportunities and barriers to cardiopulmonary resuscitation training in English secondary schools. European Journal of Emergency Medicine. 2016; 23(5): 381-5. DOI: 10.1097/MEJ.0000000000000307.
Lawson L, and March J. Automated external defibrillation by very young, untrained children. Prehosp Emerg Care. 2002; 6(3): 295 - 8. DOI: 10.1080/10903120290938328.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. ศธ. kick off โครงการ “หนึ่งโรงเรียนหนึ่งครูอนามัย สร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ”. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2566 จากhttps://www.obec.go.th/archives/755447.
สำนักส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. หลักสูตรครูอนามัยสร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ. กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2566 จาก https://hp.anamai.moph.go.th/th/teenager-emag/213794.
กลุ่มพัฒนาการศึกษา สังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 8 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. รายงานวิจัยปัจจัยในการตัดสินใจเลือกเรียนสายอาชีพของนักเรียนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2566 จาก https://reo8.moe.go.th/wp-content/uploads/2022/05/เล่มปัจจัยในการเลือกเรียนอาชีวะ.pdf.
อภัสรินทร์ ขณะรัตน์, กิตติกร สันคติประภา, และ สุรวุฒิ ปัดไธสง. กระบวนการสร้างตัวตนของนักเรียนอาชีวศึกษาโดยปฏิบัติการศึกษาผ่านประสบการณ์. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร. 2559; 6(1): 78 – 92.
Kolb D. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.
ณัฏฐกิตติ์ สุวรรณวัฒน์. ผลของการใช้แอปพลิเคชันไลน์ติดตามผู้เรียนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการศึกษา. 2565; 1(1): 25 - 33.
อารีย์ มยังพงษ์, เกื้อกูล ตาเย็น, และ ณรงค์ฤทธิ์ ธีระเวช. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้แอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อการสื่อสารทางการเรียน. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. 2565; 4(1): 57 – 71.
นุรฟาติน ดือเร๊ะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรู้การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลในเขตพื้นที่เทศบาลยะลา. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข. 2566; 1(1): 38 - 47.
Gueroni LPB, Pompeo DA, Eid LP, Ferreira Junior MA, Sequeira CADC, and Lourencao, LG. Interventions for strengthening general self-efficacy beliefs in college students: An integrative review. Revista Brasileira de Enfermagem. 2023; 77(1): e20230192. https://doi.org/10.1590/0034-7167-2023-0192.
นฤมล จันทร์สุข, นันตพร ทองเต็ม, และอัศวเดช สละอวยพร. ผลของการใช้สื่อสุขภาพรูปแบบแอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุ.วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2567; 17(3): 240 - 52.
Bandura A. Self–efficacy: The exercise of control. Freeman. 1997.
Cohen J. A power primer. Psychological Bulletin. 1992; 112(1): 155–9.
ศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี. ขั้นตอนการ CPR 6ป. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2566 จากhttps://www.tkpark.or.th/download?file=003197.pdf&name=Rollup-FIRST AID-03.pdf.
American Heart Association. Highlights of the 2020 American Heart Association Guidelines for CPR and ECC. Accessed 30 September 2023 from https://cpr.heart.org//media/cpr-files/cpr-guidelinesfiles/highlights/hghlghts_2020_ecc_guidelines_english.pdf.
ชมรมคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. หนังสือคู่มือการช่วยชีวิตขั้นสูง สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ปี ค.ศ. 2020. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ, ปัญญมิตร การพิมพ์. 2566.
บวร วิทยชำนาญกุล, มาริสา ทองนอก, ธนพรรณ วงษา, ประภา บุตรต๊ะ, หทัยกาญจน์ การะสัง,ปริญญาลักษณ์ ไตรสัตยกุล , และคนอื่นๆ. โครงการสร้างพื้นฐานการช่วยฟื้นคืนชีพให้ฝังรากลึกในระดับประชาชน. เชียงใหม่, หน่วยบริหารจัดการและส่งมอบผลลัพธ์ (ODU) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2564.
ศศิธร ตันติเอกรัตน์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานต่อความรู้ การรับรู้ ความสามารถของตนเอง และทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2564; 4(2): 111-26.
ยุพาวดี ใจบุญ, รมิตา สูคีรี, รอยมี่ หะยีดาโอะ, รอยฮานนะห์ แดงหนำ, รินรดา เขียวจินดา, อนีต้า
เจ๊ะเล๊าะ, และคนอื่นๆ. ผลของโปรแกรมการฝึกอบรมช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานต่อความรู้และทักษะ
ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดตรัง. วารสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. 2568; 4(1): 16 - 27.
ทรงสุดา หมื่นไธสง, เสาวลักษณ์ ชาญกัน, ณรงค์ คำอ่อน, พลอยลดา ศรีหานู, สรัญญา เปล่งกระโทก, กิตติพร เนาว์สุวรรณ, และคนอื่นๆ. ผลของโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานต่อความรู้ ทัศนคติ และทักษะการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดเทศบาลในจังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย. 2566; 13(4) 245 - 59.
สิรินทร์ธร มูลสาร, สุรินธร กลัมพากร, และจุฑาธิป ศีลบุตร. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความสามารถตนเองในการป้องกันอุบัติเหตุที่บ้านและทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของผู้ดูแลเด็กปฐมวัย. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย. 2563; 13(2): 271 - 87.
พรสวรรค์ คิดค้า, ธรรมวิทย์ ราญรอน, ประกายดาว สุทธิ, กิตติยา ไทยธวัช, และชณิตา ประดิษฐ์สถาพร. ผลของการใช้วีดิทัศน์เกมปฏิสัมพันธ์ซีพีอาร์ต่อการคงความรู้และทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพของอาสาสมัครสาธารณสุข. วารสารเกื้อการุณย์. 2566; 30(2): 269 - 82.
กชกร ธรรมนำศีล, กาญจนา ปัญญาเพ็ชร์, สุปราณี น้อยตั้ง, และชัยณรงค์ นาคเทศ. ผลของโปรแกรมการรับรู้ความสามารถตนเองต่อทักษะการปฏิบัติช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารแพทย์นาวี. 2565; 49(2): 334 - 49.
เพ็ญพักตร์ ไชยสงเมือง, อรทัย บุญชูวงศ์, ณัฐนันท์ คำพิริยะพงศ์, และฉันทวรรณ วิชัยพล. ผลของโปรแกรมสอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานต่อการคงอยู่ของความรู้และทักษะในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน: กรณีศึกษาตำบลหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2563; 33(1): 49 - 61.
Partiprajak S, and Thongpo P. Retention of basic life support knowledge, self-effificacy and chest compression performance in Thai undergraduate nursing students. Nurse Education in Practice. 2016; 16(1): 235 - 41.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
Categories
License
Copyright (c) 2026 Journal of Education and Research in Public Health

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
