ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ผู้แต่ง

  • สิรินันท์ สุวรรณาภรณ์ สํานักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100
  • กชกร อ่อนจิตร สํานักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100
  • ภมรศรี อินทร์ชน สํานักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100

คำสำคัญ:

คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปาก, ผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ , พฤติกรรมสุขภาพช่องปาก, แรงสนับสนุนทางสังคม

บทคัดย่อ

การศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จำนวน 355 คน ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแควร์ สถิติฟิชเชอร์และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กัฐคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ การเคี้ยวหมาก การรับบริการทางทันตกรรมในรอบ 6 เดือน แรงสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน โดยผู้สูงอายุที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าผู้ที่เคยดื่มหรือดื่มอยู่ในปัจจุบัน 2.26 เท่า (ORadj = 2.26) ผู้สูงอายุที่เคยเคี้ยวหมากหรือยังเคี้ยวหมากอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดีน้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยเคี้ยวหมากอยู่ 0.25 เท่า (ORadj = 0.25, 95%CI = 0.09 – 0.77) ผู้ที่ไม่เคยเข้ารับบริการทางทันตกรรมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีคุณภาพชีวิตดีน้อยกว่าผู้ที่เคยรับบริการทางทันตกรรมในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
0.28 เท่า (ORadj = 0.28, 95%CI = 0.11 – 0.71) แรงสนับสนุนทางสังคมพบว่า กลุ่มที่ได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวระดับมากและปานกลางมีคุณภาพชีวิตดีกว่ากลุ่มที่ได้รับระดับน้อย 3.61 เท่า (ORadj = 3.61) และ 3.08 เท่า (ORadj = 3.08) ตามลำดับ แรงสนับสนุนจากเพื่อนระดับปานกลางและระดับมากคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับระดับน้อย 6.51 เท่า (ORadj = 6.51) และ 3.53 เท่า (ORadj = 3.53) ตามลำดับ ผลการศึกษาเป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์อย่างยั่งยืนต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

รัฎภัทร์ บุญมาทอง. การป้องกันการหกล้มผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน บทบาทของพยาบาลในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน. 2560; 26(1): 106 – 17.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. นนทบุรี, กระทรวงสาธารณสุข. 2567.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. คู่มืออาสาสมัครประจำครอบครัว กลุ่มดูแลผู้สูงอายุ (LTC). นนทบุรี,

โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2560.

Naorungroj S, and Naorungroj T. Oral Health-Related Quality of Life in the Elderly:

A Review and Future Challenges in Thailand. Siriraj Medical Journal. 2015; 67(5): 248 – 53.

Zucoloto ML, Maroco J, and Campos JADB. Oral health-related quality of life and associated factors in the elderly: A population-based cross-sectional study. Ciência & Saúde Coletiva. 2016; 21(11): 3467 – 76.

กิตติคุณ บัวบาน. ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะสุขภาพช่องปากกับคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ อำเภอ แม่ระมาด จังหวัดตาก. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2560; 16(2): 45 – 56.

Krejcie RV, and Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 1970; 30(3): 607 – 10.

สัมภาษณ์ ชาติอลงกรณ์. คุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยาของแบบประเมินผลกระทบของสุขภาพช่องปากฉบับภาษาไทย (OHIP-14 Thai). วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 2560; 34(2): 158 – 70.

Slade GD, Nuttall N, Sanders AE, Steele JG, Allen PF, and Lahti S. Impacts of oral disorders in the United Kingdom and Australia. British Dental Journal. 2005; 198(8): 489 – 93.

อรรณพร ผาเจริญ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของประชากรก่อนสูงวัย (50 -59 ปี) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์. [วิทยานิพนธ์]. ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร. 2565.

Best JW. Research in education (3rd ed.). Prentice Hall. 1977.

Tsakos G, Steele JG, Marcenes W, Walls AG, and Sheiham A. Clinical correlates of oral health-related quality of life: Evidence from a national sample of British older people. Gerodontology. 2009; 27(4): 217 – 25.

Barbosa LC, Moimaz SAS, Saliba NA, and Saliba TA. Impact of oral conditions on the quality of life of elderly caregivers and oral health practices. ABCS Health Sciences. 2020; 45. DOI: 10.7322/abcshs.45.2020.1680.

กมลลักษณ์ แกมขุนทด. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2: กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองปลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข. 2567; 2(3): 238 – 55.

พยาม การดี, พรรณพิมล สุขวงษ์, และ ดาว เวียงคํา. การรับรู้แรงสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุในเขตชนบทภาคเหนือตอนบน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2559; 24(1): 40 – 51.

Petersen PE, and Yamamoto T. Improving the oral health of older people: The approach of the WHO Global Oral Health Program. Community Dentistry and Oral Epidemiology. 2005; 33(2): 81 – 92.

McGrath C, and Bedi R. The association between dental anxiety and oral health-related quality of life in Britain. Community Dentistry and Oral Epidemiology. 2002; 30(2): 117 – 20.

กิตติคุณ บัวบาน. ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะสุขภาพช่องปากกับคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ

อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2560; 16(2): 45 – 56.

Gerritsen AE, Allen PF, Witter DJ, Bronkhorst EM, and Creugers NH. Tooth loss and oral health-related quality of life: A systematic review and meta-analysis. Health and Quality of Life Outcomes. 2010; 8(1): 126 – 32.

Le TN, Bhuvapanich V, and Viwatwongkase C. Health and oral health factors related to quality of life of the elders in Ninh Kieu district, Can Tho City, Vietnam. Mahidol Dental Journal. 2014; 34(3): 270 – 78.

Van der Meulen MJ, John MT, Naeije M, and Lobbezoo F. Oral health-related quality of life of people with complete dentures. Journal of Oral Rehabilitation. 2011; 38(3): 179 – 85.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

21-07-2026

รูปแบบการอ้างอิง

สุวรรณาภรณ์ ส. ., อ่อนจิตร ก., & อินทร์ชน ภ. (2026). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข, 4(3), 308–327. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERPH_Yala/article/view/6854