ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้แต่ง

  • ดร.พัชรินทร์ คมขำ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา อำเภอเมือง จังหวัด ยะลา รหัสไปรษณีย์ 95000
  • อาจารย์สุชาดา เจะดอเลาะ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา อำเภอเมือง จังหวัด ยะลา รหัสไปรษณีย์ 95000
  • อาจารย์คอรีเย๊าะ เลาะปนสา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000

คำสำคัญ:

กลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง, โปรแกรมการให้ความรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจ , การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้เป็นการศึกษาผลของโปรแกรมการให้ความรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง มีอายุตั้งแต่ 35 – 59 ปี จำนวน 30 คน เป็นเพศหญิง ร้อยละ 80.0 มีอายุเฉลี่ย 50.64 ปี (S.D. = 5.57) เข้าสู่โปรแกรมและติดตามผลเมื่อครบ 6 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติ Paired sample t-test เพื่อเปรียบเทียบความรู้ในการป้องกันโรค พฤติกรรมการป้องกันโรค และสถิติ Wilcoxon signed-rank test เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระหว่างก่อนและหลังการได้รับโปรแกรม ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม 6 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ในการป้องกันโรคสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 8.883, p-value < 0.001) มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 7.300, 6.381 และ 4.372; p-value < 0.001 ทุกด้าน) และมีระยะความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลื่อนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p-value < 0.01) โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 33.3 เลื่อนสู่ระยะเปลี่ยน และร้อยละ 16.7 เข้าสู่ระยะคงไว้ซึ่งพฤติกรรม จึงควรส่งเสริมการนำโปรแกรมการให้ความรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ไปใช้ในงานคลินิกความดันโลหิตสูงและเบาหวาน เพื่อช่วยเพิ่มความรู้ ส่งเสริมการมีพฤติกรรมการป้องกันโรคที่ดีขึ้น  ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ในระยะยาว

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Feigin VL, Abate MD, Abate YH, ElHafeez SA, Abd-Allah F, Abdelalim A, and et al. Global, regional, and national burden of

stroke and its risk factors, 1990 – 2021: a systematic analysis for the global burden of disease study 2021. THE Lancet

Neurology. 2024; 23(10). 973 – 1003.

ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC). รายงานร้อยละอัตราตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และระยะเวลาที่ได้รับการรักษาที่เหมาะ

สม ปี 2567. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2567 จาก https://hdc.moph.go.th/pyo/public/kpi/1/2022.

Yusuf S, Reddy S, Ôunpuu S, and Anand S. Global burden of cardiovascular diseases: Part I: General consideration, the

epidemiologic transition, risk factors, and impact of urbanization. Circulation. 2001; 104(22). 345 – 62.

พิพัฒน์ พัฒนพิพิธไพศาล. โรคหลอดเลือดสมอง. วารสารประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 2566; 18(3): 154 – 64.

Gerstl JVE, Blitz SE, Qu QR, Yearley AG, Lassaren P, Lindberg R, and et al. Global, Regional, and National economic

consequences of stroke. Stroke. 2023; 54(9): 2380 – 9. DOI: 10.1161/STROKEAHA.123.043131.

Aguirre OA, Rogers JL, Reardon T, Shlobin NA, Ballatori AM, Brown NJ, and et al. Stroke management and outcomes in low-

income and lower-middle-income countries: a meta-analysis of 8535 patients. Jornal of neurosurgery. 2023; 139: 1042 – 51.

Bushnell C, Kernan WN, Sharrief AZ, Chaturvedi S, Cole JW, Cornwell WK, and et al. Guideline for the primary prevention of

stroke: A Guideline from the American Heart Association/ American Stroke Association. Stroke. 2025; 56(2): 2380 - 9. DOI:

1161/STR.0000000000000475.

Prochaska JO, and DiClemente CC. The transtheoretical approach: crossing traditional boundaries of therapy. Homewood.

ชุลีพร หีตอักษร, รุ่งนภา จันทรา, อัศนี วันชัย, และจริยา อินทนา. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย: การประยุกต์ทฤษฎีขั้นตอนการ

เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2560; 35(4): 25 – 33.

นันทิกานต์ หวังจิ, อุมาพร ปุญญโสพรรณ, และไหมไทย ศรีแก้ว. ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานยาต่อความร่วมมือในการ

รักษาด้วยยาและระดับความดันโลหิตในผู้สูงอายุมุสลิมที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้. [รายงานสืบเนื่องจากการประชุม]. การประชุมเสนอผล

งานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอนแก่น. 2558.

กฤชคุณ คามาปัน. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้และส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวานตำบล

แม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา. วารสารวิชาการสาธารณสุข

ชุมชน. 2563; 6(1): 110 – 24.

ณีรนุช วรไธสง, อนุวัฒน์ สุรินราช, จิราภรณ์ จำปาจันทร์, ศิริลักษณ์ วงค์เครือสอน, ลัดดาวรรณ บุระเนตร, ดวงกมล พลวงค์ษา, และคนอื่นๆ. ผลของ

โปรแกรมป้องกันความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยูในชุมชน. วารสารวิชาการสุขภาพและสิ่งแวดล้อม. 2566; 1(1):

– 13.

ธิรดา สิทธิสวนจิก, กัญญาณัฐ จุฬาภา, ชรินรัตน์ เล็กสิงห์โต, ธัญญาลักษณ์ สมยาวะกาศ, นาตลี รักอิสระภาพ, ปัทมาภรณ์ ทองใบ, และคนอื่นๆ.

ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้สูงอายุตําบลแม่กา อําเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา. วารสาร

สภาการสาธารณสุขชุมชน. 2568; 7(3): 1 – 16.

ขจรพรรณ คงวิวัฒน์, วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุล, และมุกดา หนุ่ยศรี. ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2560; 35(3): 131 – 2.

Nunnally JC, and Bernstein IC. Psychometric theory 3rd ed. McGraw-Hill. 1994. p. 325 – 8.

วาสนา หน่อสีดา, และวิลาวัณย์ ชมนิรัตน์. การพัฒนาแนวทางการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดัน

โลหิตไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสามพร้าว. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2562; 37(4): 167 – 76.

ฮาลีเมาะ สือแมง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้โรงพยาบาลยะลา.

วารสารการศึกษาและการวิจัยสาธารณสุข. 2566; 1(2): 104 – 21.

วรางคณา วสุรัตน์. ประสิทธิผลของโปรแกรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการป้องกันควบคุม

โรค สคร.2 พิษณุโลก. 2567; 11(2): 48 – 59.

ดวงมณี วิยะทัศน์, จริญญา จริยภิญโญ, และอมรเทพ จันทร์เจริญ. ผลของโปรแกรมการเรียนรู้และความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยงสูง โรงพยาบาลพนมสารคามจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา

การแพทย์และสุขภาพ. 2569; 11(1): 434 – 42.

Prochaska JO, and Velicer WF. The transtheoretical model of health behavior change. American Journal of Health Promotion.

; 12(1). 38 – 48.

Marcus BH, and Simkin LR. The transtheoretical model: applications to exercise behavior. Medicine and science in sports

and exercise. 1994; 26(11). 1400 – 4.

Velicer WF, Prochaska JO, Fava JL, Norman GJ, and Redding CA. Smoking cessation and stress management: Applications of

the transtheoretical model of behavior change. Homeostasis IN Health and Disease. 1998; 38(5-6). 216 – 33.

ศุภามณ จันทร์สกุล, ชนินทร์ จักรภพโยธิน, คชารัตน์ ปรีชล, และบุญส่ง สุประดิษฐ์. การสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพและพฤติกรรมการเจริญพันธุ์ ที่

สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของสตรีมุสลิม. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต. 2568; 5(2). 111 – 22.

พัชรี รัศมีแจ่ม, ปริศนา อัครธนพล, พรทิพย์ ลิ้มธีระยศ, และกมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของ ชาวไทยมุสลิมที่มี

ภาวะความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. 2561; 19(37). 56 – 68.

วิฑูรย์ เมตตาจิตร, วรรณนะ หนูหมื่น, และสมจิตร์ พิกรมสุข. การดูแลสุขภาพและความเจ็บป่วยตามวิถีอิสลามจากแบบเรียนเฉพาะกิจ เรื่องเล่ามุสลิม

ถิ่นใต้. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้. 2568; 18(1). 146 – 59.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

05-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

คมขำ พ. ., เจะดอเลาะ อ., & เลาะปนสา ค. . (2026). ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข, 4(3), 328–343. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERPH_Yala/article/view/7448