ผลการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท้ายหาด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
คำสำคัญ:
แนวปฏิบัติการพยาบาล , แผลกดทับ , ผู้ป่วยนอนติดเตียงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ตรวจสอบคุณภาพ ประเมินความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ และศึกษานำร่องผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยนอนติดเตียงในชุมชน การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) การศึกษาข้อมูลสถานการณ์และทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์ (Research phase) 2) การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพแนวปฏิบัติ และ 3) การศึกษานำร่องการนำแนวปฏิบัติไปใช้ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยนอนติดเตียงในความดูแลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท้ายหาด จำนวน 10 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จากเวชระเบียนและทะเบียนผู้ป่วยตามเกณฑ์คัดเข้าและคัดออก การเก็บข้อมูลใช้แบบประเมินมาตรฐาน ได้แก่ Braden Scale และ Mini Nutritional Assessment (MNA) ก่อนและหลังการใช้แนวปฏิบัติเป็นระยะเวลา 3 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบคะแนนก่อน–หลังด้วยสถิติ Wilcoxon matched-pairs signed-rank test ผลการศึกษาพบว่า หลังการใช้แนวปฏิบัติ คะแนนความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับตาม Braden scale เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) โดยเฉพาะด้านการเคลื่อนไหว การลดแรงกดทับ และภาวะโภชนาการ ขณะที่ไม่พบการเกิดแผลกดทับใหม่ในกลุ่มตัวอย่าง แนวปฏิบัติได้รับการประเมินว่ามีความชัดเจน เหมาะสม และสามารถปฏิบัติได้จริงในบริบทชุมชน สรุปได้ว่า แนวปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นมีศักยภาพในการใช้ป้องกันแผลกดทับอย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังที่นอนติดเตียงในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยควรขยายการใช้ควบคู่กับการอบรมบุคลากรและการติดตามผลในระยะยาวเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของการดูแล
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Zaidi SRH, and Sharma S. Pressure ulcer. Accessed 5 February 2026 from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK553107/.
European Pressure Ulcer Advisory Panel, National Pressure Injury Advisory Panel, Pan Pacific Pressure Injury Alliance.
Prevention and treatment of pressure ulcers/injuries: clinical practice guideline; 2019 update. Osborne Park (AU): Cambridge Media; 2019.
Zhang Y, Wei J, Zhong H, Lu X, and Niu H. Global, regional, and national burden of decubitus ulcers from 1990 to 2021: a systematic analysis for the GBD 2021 study. BioMed Central Public Health. 2025; 25: 114.
กรมการแพทย์. แนวทางการป้องกันและดูแลแผลกดทับในสถานพยาบาล. นนทบุรี, กระทรวงสาธารณสุข. 2566.
อรุณศรี วรรณาลัย, และจารุวัฒน์ สุขเกษม. ภาระการดูแลและคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีแผลกดทับในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2567; 42(3): 85 - 98.
Beeckman D, McInnes E, Nahrgang S, and et al. Pressure injuries: impact on patients, caregivers and health systems. Journal of Clinical Nursing. 2022; 31(17–18): 2431 – 445.
Padula WV, and Delarmente BA. The economic burden of pressure injuries in healthcare systems. International Wound Journal. 2021; 18(2): 141 – 51.
Moore Z, Avsar P, Conaty L, Moore DH, Patton D, and O’Connor T. The prevalence of pressure ulcers in Europe, what does the European data tell us: a systematic review. Accessed 5 February 2026 from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31721669/.
พิมพ์ชนก ล่วงอรุณ และสุภาวดี โชติกสถิตย์. การนำแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันแผลกดทับไปใช้ในบริบทโรงพยาบาลชุมชน. วารสารการพยาบาล. 2565; 41(2): 60 – 73.
National Health and Medical Research Council. Guidelines for guidelines: clinical practice guideline development. Canberra: NHMRC; 2024.
World Health Organization. Hypertension. Geneva: WHO; 2023.
Williams B, Mancia G, Spiering W, Agabiti Rosei E, Azizi M, Burnier M, and et al. 2018 ESC/ESH guidelines for the management of arterial hypertension. European Heart Journal. 2018; 39(33): 3021 – 104.
Bergstrom N, Braden BJ, Laguzza A, and Holman V. The Braden Scale for predicting pressure sore risk. Nursing Research. 1987; 36(4): 205 – 10.
โรงพยาบาลศิริราช. แบบประเมินของบราเดน ฉบับแปลภาษาไทย (The Braden Scale for Predicting Pressure Sore Risk). สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2568 จากhttps://www.si.mahidol.ac.th/Th/division/nursing/NDivision/N_qd/admin/news_files/51_72_2.pdf.
Guigoz Y, Vellas B, and Garry PJ. Assessing the nutritional status of the elderly: the Mini Nutritional Assessment. Nutrition Reviews. 1996; 54(1 Pt 2): 59 – 65.
Vellas B, Guigoz Y, Garry PJ, Nourhashemi F, Bennahum D, Lauque S, and et al. The Mini Nutritional Assessment (MNA) and its use in grading the nutritional state of elderly patients. Nutrition. 1999; 15(2): 116 – 22.
Polit DF, and Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed. Wolters Kluwer. 2021.
มณีนุช สุทธสนธิ์, และกาญจนา ปัญญาธร. ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยอาการหนัก โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2562; 37(4): 80 – 9.
ณิชาภา ยนจอหอ, ประภัสสร ดาราทิพย์, และพิมพ์ชนก ช่วงนาค. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับของหอผู้ป่วยอายุรกรรม 5 สถาบันบำราศนราดูร. นนทบุรี, กลุ่มการพยาบาล สถาบันบำราศนราดูร. 2560.
รุจาภา เจียมธโนปจัย, และสุวิมล แสนเวียงจันทร์. แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการป้องกันแผลกดทับ. วารสารพยาบาล. 2561; 67(4): 53 – 61.
Mäki-Turja-Rostedt S, Leino-Kilpi H, Koivunen M, Vahlberg T, and Haavisto E. Consistent pressure ulcer prevention practice: the effect on PU prevalence and PU stages, and impact on PU prevention—a quasi-experimental intervention study. Journal of Clinical Nursing. 2023; 32(13–14): 5604 – 618.
คู่ขวัญ มาลีวงษ์. การพัฒนาและประเมินผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อการป้องกันการเกิดแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลวชิรพยาบาล. วชิรสารการพยาบาล. 2564; 23(1): 15 – 30.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
