วัฒนธรรม: พัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับการบูรณาการการสอนวิชาประวัติศาสตร์

Main Article Content

ศิริชัย บุญเพ็ง
ถนัด ยันต์ทอง
ในตะวัน กำหอม
กฤษดา นิยมทอง

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ความโดดเด่น และภูมิปัญญาของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2) เพื่อสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ที่โรงเรียนในกลุ่มกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มตัวอย่าง 1) กลุ่มบุคคลที่มีข้อมูลที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สถานที่และการเติบโตของชุมชน จำนวน 10 คน 2) กลุ่มผู้ปฏิบัติ ที่เป็นครูและนักเรียน จำนวน 30 คน 3) กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภูมิหลังในการอาศัยอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 10 คน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูลด้วยแบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต จัดประชุมกลุ่มย่อย และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ


            ผลจากการวิจัยพบว่า1.ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เอกลักษณ์และภูมิปัญญาของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความสำคัญในหลายมิติทางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา2.มีการบูรณาการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโรงเรียนกลุ่มกุยบุรีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2วัฒนธรรมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการบูรณาการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ในส่วนของวิชาประวัติศาสตร์ที่นักเรียนได้มีความรู้ความเข้าใจและหวงแหนในประเพณีท้องถิ่นและทั้งหมดสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินได้

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญเพ็ง ศ. . ., ยันต์ทอง ถ. ., กำหอม ใ. ., & นิยมทอง ก. . (2025). วัฒนธรรม: พัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับการบูรณาการการสอนวิชาประวัติศาสตร์. วารสารสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, 6(2), 99–109. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/src/article/view/1941
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เฉลิม มลิลา นิติเขตต์ปรีชา. (2559). เทคนิควิธีการสอนประวัติศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ฐาปนีย์ รักภูบาล. (2565). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการวิเคราะห์สาเหตุและผลสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา, ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ทรงคุณ จันทจร. (2553). ทฤษฎีวัฒนธรรมและสังคม. มหาสารคาม: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ในตะวัน กำหอม. (2559). การวิจัยประยุกต์ทางวัฒนธรรม เล่มที่ 2. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยทองสุข.

ลาวัณย์ วิทยาวุฑฒิกุล และคณะ. (2543). คู่มือการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

วชิรพรรณ ทองวิจิตร. (2555). การพัฒนารูปแบบบทเรียนแสวงรู้บนเว็บ (Web Quest) วิชาประวัติศาสตร์ ท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ร่วมกับทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ (Constructivism) ผ่านเครือข่าย สังคมออนไลน์. กรุงเทพฯ: งานประชุมวิชาการ ครุศาสตร์อุตสาหกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 5 มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

วินัย พงศ์ศรีเพียร. (2543). คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา.

ศศิพัชร จำปา. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาสังคมศึกษา, ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สิริวรรณ ศรีพหล. (2554). การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองโลก. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.

สิริวรรณ สิรวณิชย์. (2566). แนวคิดและวิธีการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:https://online.anyflip.com/xthag/uomd/mobile/index.html?fbclid=IwAR2M5hDRGdbsTXEBi8JSpaxpc51psbgliPR3zM7CdIIvaOMA0H4yIo7UqMs. [10 มกราคม 2568].