ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษาต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษาตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 80 4) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเพชรสุวรรณวิเทศศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 20 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) เกมการศึกษา 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ค่าความยากง่ายระหว่าง 0.34–0.73 มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.21–0.79 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.85 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการทดสอบค่า t แบบ ไม่เป็นอิสระต่อกัน และแบบกลุ่มเดียว
ผลการวิจัยพบว่า
- ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษา E1/E2เท่ากับ 82.63/85.33
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษาสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษาสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ความพึงพอใจต่อจัดการเรียนรู้แบบ STAD เสริมด้วยเกมการศึกษา อยู่ในระดับมากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมาก