https://so12.tci-thaijo.org/index.php/pcbu/issue/feed วารสารการบริหารและพัฒนาวิทยาลัยพิชบัณฑิต 2026-06-07T15:02:21+07:00 สำนักงานโครงการวารสารการบริหารและพัฒนาวิทยาลัยพิชญบัณฑิต sasirada.p63@gmail.com Open Journal Systems https://so12.tci-thaijo.org/index.php/pcbu/article/view/7996 การประยุกต์สื่อการเรียนออนไลน์ที่ผสาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วยตนเอง ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ABC 2026-06-07T13:56:15+07:00 มุจรินท์ บุรีนอก mujarin.muj@gmail.com อรรถพล อรรถเวทิน itmsu_aud@hotmail.com <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การวิจัยเรื่อง“การประยุกต์สื่อการเรียนออนไลน์ที่ผสาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษาระดับปริญญาตรี: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ABC มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประยุกต์สื่อการเรียนออนไลน์ที่ผสานเทคโนโลยี AI สำหรับนักศึกษา 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของสื่อการเรียนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้น 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้สื่อการเรียนออนไลน์ที่ผสาน AI การวิจัยเป็นการวิจัยแบบพัฒนา (Research and Development: R&amp;D) โดยมีขั้นตอนการออกแบบ พัฒนา ทดลองใช้ และประเมินผลสื่อการเรียน ผู้เข้าร่วมการทดลองประกอบด้วยนักศึกษาจำนวน 50 คน ที่ใช้สื่อออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ผลการประเมินประสิทธิภาพของสื่อพบว่านักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเพิ่มขึ้นจาก 62.8 เป็น 80.8 คะแนน นอกจากนี้ นักศึกษาให้ความพึงพอใจต่อสื่ออยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะฟีเจอร์ AI ที่ช่วยแนะนำเนื้อหา ให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล และให้&nbsp;&nbsp; ฟีดแบ็กทันที สรุปได้ว่าสื่อการเรียนออนไลน์ที่ผสาน AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษาได้อย่างชัดเจน งานวิจัยนี้เสนอแนวทางในการพัฒนาฟีเจอร์ AI เพิ่มเติม เช่น การสรุปเนื้อหาและการจัดลำดับบทเรียนแบบปรับตามผู้เรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้สูงสุด</p> 2026-06-07T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so12.tci-thaijo.org/index.php/pcbu/article/view/7998 ผลการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยเกมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2026-06-07T15:02:21+07:00 ประดับเกียรติ จันทร์ไทย pok13052507@gmail.com อมรรัตน์ พันธ์ประโคน Amongstphanprakhon@gmail.com <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการแบบ CIPPA เสริมด้วยเกม 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างหลังได้รับการจัดการแบบ CIPPA เสริมด้วยเกม กับเกณฑ์ร้อยละ 80 3) ศึกษาความพึงพอใจ ต่อการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยเกม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านนาสีนวน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้อง จำนวน 19 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้&nbsp; 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ค่าความยากง่ายระหว่าง 0.68 - 0.74 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.36 - 0.48 และค่าความเชื่อมั่น 0.98&nbsp; 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ค่าทีแบบไม่อิสระ</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยเกม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยเกม สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3) ความพึงพอใจ ต่อการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม แบบ CIPPA เสริมด้วยเกม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมากที่สุด</p> 2026-06-07T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026