การบริหารสถานศึกษาปลอดภัยแบบมีส่วนร่วม: ประสบการณ์โรงเรียนวัดห้วงน้ำขาว
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยแบบมีส่วนร่วมผ่านประสบการณ์ของโรงเรียนวัดห้วงน้ำขาว สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความสำคัญและนักเรียนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ประกอบกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษา หากสภาพแวดล้อมในสถานศึกษามีความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดได้ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดในสถานศึกษา เป็นหน้าที่ของทุกคนที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัย โดยมีจุดเด่นเริ่มต้นจาก 1) การทำงานด้วยใจ การเข้าใจและฟังข้อเสนอแนะจากทีมงาน 2) การวางแผนการทำงานและสร้างเป้าหมายที่ชัดเจน 3) การทำงานเป็นทีม เสริมสร้างความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน 4) การมีความสุขกับการทำงาน เป็นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่สร้างสรรค์ 5) สร้างเครือข่าย สร้างระบบและร่วมมือทั้งภายในและภายนอก 6) ความรู้และประสบการณ์ เสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ร่วมกันที่ยืดหยุ่นและทันสมัยสู่การบริหารที่สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น การดำเนินงานขั้นตอนที่ชัดเจนและครอบคลุมอย่างต่อเนื่องเป็นระบบตามแนวคิด PLODPHI MODEL ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้1) วางแผนการดำเนินงาน 2) เรียนรู้ ศึกษาข้อมูล 3) สังเกต เฝ้าดู ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น 4) ลงมือปฏิบัติ แก้ไขปัญหา 5) นำเสนอผลการดำเนินงาน 6) ตรวจสอบ ประเมินผล และ 7) ปรับปรุงแก้ไข ตามที่โรงเรียนวัดห้วงน้ำขาวนำแนวทางเหล่านี้มาใช้ในการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยแบบมีส่วนร่วม ส่งผลให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา มีสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสุขและปลอดภัย ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนการสร้างความไว้วางใจผู้เกี่ยวข้องทุกระดับและสร้างความเชื่อมั่นในการให้การศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2566). ความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566. https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230521103129329
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2548). พระราชบัญญัติคุ้มครอง เด็ก พ.ศ. 2546. (2 ตุลาคม 2546).ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 120 ตอนที่ 95 ก
กฤษฎา ศรีสุชาติ. (2559). การพัฒนาตัวบ่งชี้และคู่มือโรงเรียนปลอดภัยของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(10), 82.
ณษธัศ ฐิติธนภูมิ. (2566). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. วารสารการบริหารจัดการและนวัตกรรมท้องถิ่น, 5(2), 191-192.
พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2551). กรอบแนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา(พิมพ์ครั้งที่ 46). สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
มนตรา ฟักมงคล. (2564). การประเมินผลโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนราชานุบาลสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(4), 83.
วรรณภา ใจเย็น. (2564). การบริหารแบบมีส่วนร่วม. In Proceeding National & International Conference, 2(14), 1110-1111.
ศุภร ธนะภาณุ. (2564). การจัดการความปลอดภัยในโรงเรียนอนุบาลเอกชน จังหวัดปทุมธานี. วารสารสหศาสตร์, 21(1), 66.
ศุภลักษณ์ ปะโปตินัง. (2566). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1. วารสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 6(2), 111-112. https://doi.org/10.2774.EDU2023.2.260359
โสฬส เพ็งเหมือน. (2565). แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 7(2), 178.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แถลง 12 นโยบายการจัดการศึกษา 7 วาระเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ. https://moe360.blog/2021/03/29/29-3-2564/
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). สพฐ. เตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เน้นความปลอดภัย เข้าถึงนักเรียนรายบุคคล. https://www.obec.go.th/archives/827916
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด. (2566). คู่มือการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา. https://web.trat-edu.go.th/
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2566) : การเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา เพื่อเฝ้าระวังนักเรียนและนักศึกษาในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ส่งผลกระทบเชิงลบ. https://www.nakhonlocal.go.th/datacenter/doc_download/a_190123_140226.pdf