การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาโปรแกรมนำเสนอของนักเรียนระดัประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์หลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ กับเกณฑ์ร้อยละ 70 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ เป็นการวิจัยแบบทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 2 ใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม รวมทั้งสิ้น 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมนำเสนอ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลอง มีคะแนนผลต่างหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.10 คะแนน และนักเรียนกลุ่มควบคุม มีคะแนนผลต่างหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.30 คะแนน 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 22.37 คิดเป็นร้อยละ 74.56 และนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบปกติ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.50 คิดเป็นร้อยละ 71.67 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่ตั้งไว้ และ 3) ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD อยู่ในระดับมาก ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กอบกุล แสงสวาสดิ์. (2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
และความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค จิกซอว์กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์].
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
ขนิษฐา ผลบุญเรือง, เฉลิม ทองจอน, และเพชร ชมพูรัตน์. (2561). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วย
เทคนิคการเรียนการสอนแบบร่วมมือ STAD วิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เรื่อง การสื่อสารข้อมูล
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครุศาสตร์ศึกษา ครั้งที่ 2 (176-185). คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏกำแพงเพชร.
แคทรียา ใจมูล. (2550). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค STAD ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 โรงเรียนห้วยส้านยาววิทยา สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาเชียงราย เขต 2 [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏ
เชียงราย.
พัชธาภรณ์ บุญแสน. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การจัดองค์ประกอบศิลป์ และ
พฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยการใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ
ร่วมมือ STAD. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 7 “นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและสังคมในยุค
ดิจิทัล” (119-128). นครราชสีมา: วิทยาลัยนครราชสีมา.
เพ็ญนิภา แววศรี, อนันต์ ปานศุภวัชร, และกุลวดี สุวรรณไตรย์. (2562). การพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การถ่ายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรม โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับแผนผังความคิด.
วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน, 11(30), 31-42.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. (8 ธันวาคม 2545). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 119
ตอน 123 ก หน้า 16-21.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.
กระทรวงศึกษาธิการ.