การนิเทศแบบร่วมพัฒนา: กระบวนการที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2

Main Article Content

เกตุกาญจน บัวนาค

บทคัดย่อ

บทความวิชาการเรื่อง การนิเทศแบบร่วมพัฒนา: กระบวนการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาท คุณลักษณะ และกระบวนการการนิเทศแบบร่วมพัฒนา ในฐานะที่เป็นกลไกส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ โดยสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการนิเทศกับบริบทเชิงระบบของโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีโครงสร้างการบริหารแบบลำดับชั้น มีฝ่ายงานและกลุ่มสาระการเรียนรู้จำนวนมาก ผู้บริหารต้องรับผิดชอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย การกำกับคุณภาพ และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกหลายระดับ ส่งผลให้การสื่อสารภายในและการขับเคลื่อนนโยบายจากระดับผู้บริหารสู่ระดับห้องเรียนมีความท้าทาย อีกทั้งผู้ปกครอง ชุมชน มีความคาดหวังต่อโรงเรียนสูง โดยเฉพาะความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู และคุณภาพผู้เรียน ระบบนิเทศภายในที่เข้มแข็งจึงจำเป็นต่อโรงเรียนอย่างมาก ผลการสังเคราะห์พบว่า การนิเทศแบบร่วมพัฒนาเป็นกระบวนการนิเทศที่ยึดฐานความร่วมมือระหว่างครูและผู้นิเทศ ใช้เทคนิคการโค้ช การตั้งคำถาม การสะท้อนคิด และการเรียนรู้จากหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพครูอย่างต่อเนื่อง กระบวนการดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้ครูสามารถพัฒนานวัตกรรมการสอนที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 กระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนามี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การวางแผนร่วม (Co-Planning) 2) การออกแบบนวัตกรรมร่วมกัน (Co-Designing) 3) การนิเทศสังเกตชั้นเรียน (Co-Observation) และ 4) การสะท้อนคิดและให้ข้อมูลย้อนกลับ (Co-Reflection) เพื่อการยกระดับคุณภาพครูและคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษได้อย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บัวนาค เ. (2026). การนิเทศแบบร่วมพัฒนา: กระบวนการที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสารปราชญ์ประชาคม, 4(1), 335–345. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/watmahasawat_jsc/article/view/5799
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์คุรุสภา.

______. (2565). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. กระทรวงศึกษาธิการ.

ไกรยส ภัทราวาท. (2566). วิเคราะห์ PISA 2022 และอนาคตทิศทางการศึกษาไทย Beyond. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา.

ทิพวรรณ ถาวรโชติ และจิติมา วรรณศรี. (2564). รูปแบบการนิเทศด้วยเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 25(2), 187–196.

ปุณณพัฒน์ ธนเดโชเดช, สุวดี อุปปินใจ และพูนชัย ยาวิราช. (2567). รูปแบบการบริหารโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษในเขตพื้นที่พิเศษบนภูเขา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(1), 317–332.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

_______. (2560). Thailand education 4.0 ขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ความเป็นเลิศ. กระทรวงศึกษาธิการ.

ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี). (2566). ผลการประเมิน

PISA 2022 คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

Aguilar, E. (2013). The art of coaching: Effective strategies for school transformation. Jossey-Bass.

Cogan, M. L. (1973). Clinical supervision. Houghton Mifflin.

DuFour, R., DuFour, R., Eaker, R., & Many, T. (2010). Learning by doing: A handbook for

professional learning communities at work (2nd ed.). Solution Tree.

Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2014). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach (9th ed.). Pearson.

Knight, J. (2016). Better conversations: Coaching ourselves and each other to be more credible, caring, and connected. Corwin Press.

_______. (2018). The impact cycle: What instructional coaches should do to foster powerful improvements in teaching. Corwin.

Kull, J. A. (1991). Models of collaborative supervision involving teacher educators and school personnel. ERIC Document Reproduction Service No. ED352350.

OECD. (2018). The future of education and skills: Education 2030. OECD Publishing.

_____. (2020). Back to the future of education: Four OECD scenarios for schooling. OECD Publishing.

Prasetia, I., Akrim, & Sulasmi, E. (2022). Developing collaborative-based supervision model

which accentuates listening and responding skills. Al-Ishlah: Journal of Education, 14(1), 709–720. https://doi.org/10.35445/alishlah.v14i1.1299

Sims, S., & Fletcher-Wood, H. (2020). Improving teachers: Key insights from research. Education Endowment Foundation.

UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO Publishing.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.