พฤติกรรมทางการเมืองของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานสัสดี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

Main Article Content

นพมณี แสนบัวคำ
สุขพัฒน์ อนนท์จารย์
วีรนุช พรมจักร์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองของข้าราชการทหารสังกัดสำนักงานสัสดี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมทางการเมืองของข้าราชการทหาร และ 3) แนวทางการแสดงออกพฤติกรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเหมาะสมของข้าราชการทหาร กลุ่มตัวอย่างคือข้าราชการทหารจำนวน 147 คน โดยใช้แบบสอบถามและแบบปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ t-test, ANOVA และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า ข้าราชการทหารมีพฤติกรรมทางการเมืองโดยรวมในระดับ “มาก” โดยด้าน การออกเสียงเลือกตั้งอยู่ในระดับ “มากที่สุด” รองลงมาคือการติดตามข่าวสารทางการเมือง และการสื่อสารทางการเมือง ส่วนการมีส่วนร่วมทางการเมืองมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด อยู่ในระดับปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับพฤติกรรมทางการเมือง ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา ชั้นยศ รายได้ และระยะเวลาการทำงาน (p < 0.05) ขณะที่เพศไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ (p > 0.05) ด้านข้อเสนอแนะเชิงคุณภาพ ข้าราชการทหารเห็นว่าการส่งเสริมความรู้ทางการเมืองควรอยู่ภายใต้กรอบวินัยและจริยธรรมราชการ โดยควรเน้นการใช้เหตุผล ความรับผิดชอบ และการไม่ชี้นำทางการเมือง หน่วยงานควรจัดกิจกรรมรณรงค์หรือให้ความรู้เรื่องสิทธิพลเมืองอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งภายใต้กรอบระเบียบราชการ โดยได้สังเคราะห์เนื้อหาเป็น M.I.L.E.S Model

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แสนบัวคำ น., อนนท์จารย์ ส., & พรมจักร์ ว. . (2026). พฤติกรรมทางการเมืองของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานสัสดี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. วารสารปราชญ์ประชาคม, 4(1), 267–282. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/watmahasawat_jsc/article/view/3592
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ธนบดี แจ่มแจ้ง, ธนกฤต โพธิ์เงิน และวิทยา สุจริตธนารักษ์. (2566). การสร้างเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองของเยาวชนไทย. สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง.

พระพรหมคุณาภรณ์. (2543). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. มหามกุฏราชวิทยาลัย.

ยุทธนา ปราณีต. (2565). การวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเมืองของข้าราชการพลเรือน. วารสารรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 18(2), 77–92.

รัชฎากร เอี่ยมอำไพ, ธัชชนันท์ อิศรเดช และสุรพล สุยะพรหม. (2564). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย. วารสารวิชาการทางรัฐศาสตร์, 12(1), 45–59.

วีรชาติ แสงทวี. (2556). พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. [วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุจิต บุญบงการ. (2537). ประชาธิปไตยกับการพัฒนาการเมืองไทย. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรชาติ บำรุงสุข. (2536). พฤติกรรมการเมืองของทหารในระบอบประชาธิปไตย. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Almond, G. A., & Powell, G. B. (1966). Comparative politics: A developmental approach. Little Brown.

Almond, G. A., & Verba, S. (1963). The civic culture: Political attitudes and democracy in five nations. Princeton University Press.

Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211.

Huntington, S. P. (1957). The soldier and the state: The theory and politics of civil-military relations. Harvard University Press.

Habermas, J. (1989). The structural transformation of the public sphere: An inquiry into a category of bourgeois society (T. Burger, Trans.). MIT Press. (Original work published 1962)

Greenstein, F. I. (1965). Children and politics. Yale University Press.

Janowitz, M. (1960). The professional soldier: A social and political portrait. Free Press.

Marshall, T. H. (1950). Citizenship and social class. Cambridge University Press.

McCombs, M. E., & Shaw, D. L. (1972). The agenda-setting function of mass media. Public Opinion Quarterly, 36(2), 176–187.

Verba, S., Schlozman, K. L., & Brady, H. E. (1995). Voice and equality: Civic voluntarism in American politics. Harvard University Press.