การพัฒนาสมรรถนะครูตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาชะอวด 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3

Main Article Content

อลิษา บรรจงสุทธิ์
กษมา ศรีสุวรรณ
พระครูสุเมธปริยัติคุณ

บทคัดย่อ

            บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสภาพสมรรถนะครูของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาชะอวด 3 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูตามหลักอิทธิบาท 4 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูตามหลักอิทธิบาท 4 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 15 คน สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน การสนทนากลุ่ม ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์และแบบประเมินการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา


            ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพสมรรถนะครูของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาชะอวด 3 ครูมีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีการนำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ครูมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและสาระสนเทศในปฏิบัติงานเป็นอย่างดี ครูมีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ และครูนำความรู้ที่หลากหลายมาใช้ในการบูรณาการเพื่อจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน 2) ครูโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาชะอวด 3 มีการนำหลักอิทธิบาท 4 มาใช้ในการพัฒนาสมรรถนะครู 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านการจัดการเรียนรู้ 2. สมรรถนะการพัฒนาตนเอง 3. ด้านคุณธรรมและจริยธรรม 4. ด้านทักษะการใช้เทคโนโลยีและสาระสนเทศ และ 5. ด้านการบูรณาการความรู้ 3) การนำเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูตามหลักอิทธิบาท 4 ของครูโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาชะอวด 3 มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และมีความเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาสมรรถนะครูในสถานศึกษา

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บรรจงสุทธิ์ อ. ., ศรีสุวรรณ ก. ., & พระครูสุเมธปริยัติคุณ. (2025). การพัฒนาสมรรถนะครูตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาชะอวด 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. วารสารสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, 6(2), 27–40. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/src/article/view/1925
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนิน แลวงค์นิล. (2560). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูใหม่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

กลุ่มนโยบายและแผน สพป.นศ.3. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566-2570). นครศรีธรรมราช: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3.

บุษบา ชมที. (2566). การศึกษาและการวิเคราะห์หลักอิทธิบาท 4 กับการบริหารงานวิชาการของ สถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1”. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ. (29 ธันวาคม 2565): 2.

พระมหาวิทวัฒน์ วิวฑฒนเมธี (จันทร์เต็ม). (2561). การบริหารตามหลักอิทธิบาท 4 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญา พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระอุทัย จารุธมฺโม (แก่นจำปา). (2566). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ขององค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. วิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี. 13(1): 42.

ภัทราพร มหาพรหม. (2563). การนำเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอ่างทอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือการประเมินสมรรถนะครู (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

หวิน จำปานิน. (2561). กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะครูเชิงพุทธบูรณาการของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.