Archaeology of Nakhon Pathom: An Integration for Enhancing Social Studies, Religion, and Culture Learning Management at Wat Sala School (Luang Pho Noi Foundation), Nakhon Pathom Primary Educational Service Area Office 1

Main Article Content

Parinya Thammachat
Naitawan Kumhom

Abstract

            The objectives of this research were: 1) to study the history, culture, and archaeology of Nakhon Pathom, and 2) to integrate this knowledge to promote learning in the social studies, religion, and culture curriculum at Wat Sala School (Luang Pho Noi Uppatham), under the Nakhon Pathom Primary Educational Service Area Office 1.The targeted informants included: 1) the knowledgeable group, consisting of individuals with in-depth information on history, traditions, culture, rituals, and society related to the archaeology of Nakhon Pathom; 2) the practitioners group, consisting of teachers, students, villagers, and those who had lived in or been involved with the archaeology of Nakhon Pathom; and 3) the general public group, consisting of people who had knowledge of, lived in, or had been associated with the archaeology of Nakhon Pathom. This research employed a qualitative cultural approach. Data collection tools included surveys, interviews, observations, focus group discussions, and workshops.


           The research findings revealed that: 1) ancient Nakhon Pathom played a significant role from the 12th–13th Buddhist centuries, with Buddhism and Brahman beliefs forming the foundation of the city and society. The legends of Nakhon Chai Si, Phra Prothon Chedi, and Phra Pathom Chedi reflected the development of religion, arts, and sciences. Archaeological evidence and actual sites confirmed its status as a cultural center in the region during ancient times. 2) Learning activities that integrated Nakhon Pathom archaeology with social studies, religion, and culture were learner-centered, using Active Learning and Project-Based Learning approaches. These activities allowed learners to research, analyze, and synthesize information through hands-on experiences, fostering thinking skills, collaboration, creativity, as well as promoting values, ethics, and pride in preserving local cultural heritage effectively.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Thammachat, P., & Kumhom, N. (2026). Archaeology of Nakhon Pathom: An Integration for Enhancing Social Studies, Religion, and Culture Learning Management at Wat Sala School (Luang Pho Noi Foundation), Nakhon Pathom Primary Educational Service Area Office 1. Journal of Social Religion and Culture, 7(1), 152–163. retrieved from https://so12.tci-thaijo.org/index.php/src/article/view/6286
Section
Research article

References

กรมศิลปากร. (2562). คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. นครปฐม: รุ่งศิลป์การพิมพ์.

กรองทิพย์ นาควิเชตร. (2560). ความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 4(1): 29-40.

ขวัญธิรัศม์ ทิพย์บุญทรัพย์. (2562). การอนุรักษ์และสืบสานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านทับวัง. หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม, บัณฑิตวิทยาลัย, วิทยาลัยทองสุข.

ชุตินันท์ สาแก้ว. (2557). การศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและการพัฒนาเมืองนครปฐม เพื่อการวางแผนอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน. วิทยานิพนธ์ปริญญาการวางแผนชุมชนเมืองและสภาพแวดล้อมมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการวางแผนชุมชนเมืองและสภาพแวดล้อม ภาควิชาการออกแบบและวางผังชุมชนเมือง, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ณัฏฐภัทร จันทวิช. (2529). เครื่องถ้วยจีนที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

ทรงคุณ จันทจร. (2553). การวิจัยเชิงคุณภาพทางวัฒนธรรมชั้นสูง. มหาสารคาม: สถานบันวิจัยศิลปะและ วัฒนธรรมอีสาน.

ทิวา ศุภจรรยา และผ่องศรี วนาสิน. (2525). “การศึกษาลักษณะชุมชนโบราณจากภาพถ่ายทางอากาศจังหวัด นครปฐม”. ในการสัมมนาประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรม นครปฐม. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากรและชุมนุมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ในตะวัน กำหอม. (2559). การวิจัยทางสังคมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์. มหาสารคาม: โรงพิมพ์ทีคอมมหาสารคาม.

พระครูใบฎีกาทัตพล จนฺทวํโส (แผลงปาน). (2560). ตามรอยทวารวดีเมืองโบราณนครปฐม. นครปฐม: วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี.

วณาลี ศักดิ์สุริยผดุง. (2557). แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์เมืองโบราณนครไชยศรี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

วรวิทย์ นิเทศศิลป์ และชวลิต ขอดศิริ. (2560). การบูรณาการการเรียนการสอนด้วยวิธีการทานุบำรุงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วีรพงศ์ พิชัยเสนาณรงค. (2568). รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อการส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีพุทธ ของโรงเรียนรักษาศีล 5 ในจังหวัดนครปฐม. นครปฐม: วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมชาย วงศ์วิเศษ. (2558). ภาวะผู้นำในองค์กรไทย. กรุงเทพฯ: การพิมพ์อักษรไทย.

สฤษดพิ์งศ์ขนุ ขนุทรง. (2557). โบราณคดีเมืองนครปฐม: การศึกษาอดีตของศูนย์กลางแห่งทวารวดี.นครปฐม: ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. (2553). พัฒนาการทางวัฒนธรรมของเมืองนครปฐมโบราณในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 19. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์, ภาควิชาโบราณคดี, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. (2561). แนวคิดใหม่เกี่ยวกับพัฒนาการทางวัฒนธรรมของเมืองโบราณอู่ทอง. ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(2): 2885-2899.

สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. (2559). โบราณคดีเมืองนครปฐม การศึกษาอดีตของศูนย์กลางแห่งทวารวดี. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).

สุพัตรา คงขำ และเครือวัลย์ คงขำ. (2561). แนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านการชักแห่เรือพระบกของตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, 10(2): 277-288.

สุวัช วาณิชย์วิรุฬห์. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนแม่บทเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนเกาะเกร็ด อำเภอเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. วารสารจันทรเกษมสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, 25(1): 31-44.