การประเมินโครงการอาหารพื้นถิ่นสู่สากลโรงเรียนวัดสโมสร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการอาหารพื้นถิ่นสู่สากล โรงเรียนวัดสโมสร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 โดยใช้รูปแบบการประเมินของแฮมมอนด์(Hammond) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)เพื่อประเมินด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนในการเรียนโครงการอาหารพื้นถิ่นสู่สากลของนักเรียนโรงเรียนวัดสโมสร 2)เพื่อประเมินด้านการจัดการเรียนการสอนโครงการอาหารพื้นถิ่นสู่สากลโรงเรียนวัดสโมสร 3)เพื่อประเมินด้านสถาบันโครงการอาหารพื้นถิ่นสู่สากลโรงเรียนวัดสโมสร กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน 9 คน ครูผู้สอนของโรงเรียนวัดสโมสรจำนวน 11 คน นักเรียนโรงเรียนวัดสโมสรระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 39 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 20 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบทดสอบวัดด้านพุทธพิสัย แบบวัดจิตพิสัย แบบวัดทักษะพิสัย แบบบันทึกคะแนน แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ได้ค่า IOC 1.00 ทุกข้อคำถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการแจกแจง ความถี่ หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและบรรยายพรรณนา
ผลจากการวิจัยพบว่า 1. ด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ พบว่า 1) ด้านพุทธพิสัยนักเรียนส่วนใหญ่ มีผลประเมินด้านพุทธพิสัยอยู่ในระดับดีมาก 2) ด้านจิตพิสัยผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับดี และ 3) ด้านทักษะพิสัย นักเรียนส่วนใหญ่ อยู่ในระดับดี ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน 2. ด้านการจัดการเรียนการสอน พบว่า 1) การจัดระบบ 2) เนื้อหา 3) วิธีการ 4) สิ่งอำนวยความสะดวก 5) งบประมาณ มีผลการประเมิน รวมอยู่ในระดับมาก ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน 3. ด้านสถาบัน พบว่า 1) ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา มีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการโครงการในระดับสูง 2) นักเรียนมีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม การเข้าร่วมแข่งขัน และต้องการให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น ครูมีความสนใจพัฒนาตนเองผ่านการอบรมและการเรียนรู้จากปราชญ์ท้องถิ่น ส่วนผู้ปกครองและชุมชนให้ความสนใจติดตามผล และความก้าวหน้าของโครงการอย่างสม่ำเสมอ 3) โครงการได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับโรงเรียนและชุมชน 4) โครงการได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากผู้บริหารในด้านนโยบายและงบประมาณ ครูให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมอย่างเต็มที่ ชุมชนและปราชญ์ท้องถิ่นสนับสนุนองค์ความรู้และวัตถุดิบ ผู้ปกครองให้กำลังใจและติดตามผลอย่างใกล้ชิด และ 5) โครงการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน ดำเนินกิจกรรม ประเมินผล และปรับปรุงพัฒนา ส่งผลให้โครงการมีความเข้มแข็งและยั่งยืน
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พิมพ์สมัย ราชโยธา. (2552). การประเมินการจัดการเรียนรูกีฬาวอลเลย์บอล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
เยาวลักษณ์ เกสรเกศรา. (2565). การพัฒนารูปแบบบริหารการเสริมสร้างทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียน โรงเรียนบ้านหมากหัววัง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. ใน สุวรรณาคุณดิลกณัฐวสา (บรรณาธิการ). รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติเครือข่ายบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือครั้งที่ 22, (น. 335-346), นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ และสุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์. (2552). ทักษะชีวิต. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
วิจารณ์ พานิช. (2554). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
สิริปัทมา ตุลวานิช. (2560). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่องอาหารพื้นบ้านจังหวัดน่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบ้านหนองรังมิตรภาพที่ 107. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
อรพิน ทองดี. (2557). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่องการทำขนมกง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.