11 ประตูเมือง อาณาจักรสาเกตุนคร: ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับการบูรณาการการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านโนนเที่ยง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3

Main Article Content

ประสิทธิ์ มาตรวงศ์
ในตะวัน กำหอม

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 11 ประตูเมือง อาณาจักรสาเกตุนคร 2) การบูรณาการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น กับการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านโนนเที่ยง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3กลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง ประกอบด้วย 1) กลุ่มผู้รู้ เป็นกลุ่มบุคคลที่มีข้อมูลเชิงลึกในด้าน เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 11 ประตูเมือง อาณาจักรสาเกตุนคร เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สถานที่ตั้งการขยายตัวของชุมชน 2) กลุ่มผู้ปฏิบัติ เป็นกลุ่ม ครู นักเรียน 3) กลุ่มบุคคลทั่วไป  เป็นกลุ่ม ประชาชนทั่วไปในจังหวัดร้อยเอ็ด การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพทางวัฒนธรรม โดยใช้เครื่องมือในการเก็บรวมรวบข้อมูล คือ แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต จัดประชุมกลุ่มย่อยและการประชุมเชิงปฏิบัติการ


            ผลการวิจัยพบว่า 1) สาเกตุนคร เป็นชื่อโบราณปรากฏในตำนานอุรังคธาตุใช้เรียกเมืองใหญ่ในภาคอีสาน ปัจจุบัน คือ จังหวัดร้อยเอ็ด คำว่า “นคร” หมายถึงเมืองหลวง ส่วน “สาเกต” สื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์และรุ่งเรืองตามคติพุทธ-พราหมณ์ แสดงถึงอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดียในภูมิภาค ประวัติเมืองร้อยเอ็ดแบ่งเป็นสามสมัยใหญ่ ได้แก่ 1.1) สมัยพุทธกาล เมืองสาเกตุนครเป็นหนึ่งในสี่นครใหญ่มีเมืองขึ้น 11 เมืองและประตูเมือง 11 ประตู มีระบบคมนาคมและสื่อสารที่ดีเยี่ยม 1.2) สมัยผาแดง เมืองเริ่มเสื่อมอำนาจและกลายเป็นเมืองร้าง ชื่อ “บ้านกุ่มฮ้าง” พร้อมสะท้อนอิทธิพลขอม และ 1.3) สมัยอยุธยา-รัตนโกสินทร์ เมืองได้รับการฟื้นฟู ตั้งเมืองใหม่และมีการปรับเปลี่ยนการปกครองหลายครั้ง จนกลายเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด 2) การบูรณาการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเรื่องสาเกตุนครและเมืองร้อยเอ็ดในโรงเรียน สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการเมือง โครงสร้างการปกครอง และเมืองขึ้นทั้ง11 เมือง กิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วย การสร้างแผนที่เมืองโบราณ แบบจำลองประตูเมือง เล่าเรื่องตำนานท้องถิ่น เช่น บ้านกุ่มฮ้าง และบุญผะเหวด รวมถึงการบูรณาการสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ผ่าน Project-Based Learning และทัศนศึกษาไปยังสถานที่สำคัญ เช่น ประตูเมืองสาเกตุนครและบึงพลาญชัย ผลจากการบูรณาการนี้ทำให้นักเรียนเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดความภูมิใจในมรดกท้องถิ่น และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มาตรวงศ์ ป. . ., & กำหอม ใ. . (2026). 11 ประตูเมือง อาณาจักรสาเกตุนคร: ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับการบูรณาการการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านโนนเที่ยง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. วารสารสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, 7(1), 14–26. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/src/article/view/6316
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ขวัญธิรัศม์ ทิพย์บุญทรัพย์. (2562). การอนุรักษ์และสืบสานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านทับวัง. หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม, บัณฑิตวิทยาลัย, วิทยาลัยทองสุข.

จิรชพรรณ ชาญช่าง. (2563). การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการเพื่อพัฒนา ทักษะการ คิดขั้นสูง: การเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 48(3): 78-89.

ณฐนนท ทวีสิน. (2565). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “เซิ้งผ้าหมี่” ของบ้านขวาวอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. คณะสังคมศาสตร์และศึกษาศาสตร์, วิทยาลัยทองสุข.

ทรงคุณ จันทจร. (2553). การวิจัยเชิงคุณภาพทางวัฒนธรรมชั้นสูง. มหาสารคาม: สถานบันวิจัยศิลปและวัฒนธรรมอีสาน.

ในตะวัน กำหอม. (2559). การวิจัยทางสังคมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์. มหาสารคาม: โรงพิมพ์ทีคอมมหาสารคาม.

ในตะวัน กำหอม. (2559). ผ้าหมี่: การอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อส่งเสริมวิถี วัฒนธรรมชุมชน ตำบลขวาวอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดความหลากหลายทางวัฒนธรรม. คณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฉบับที่ 26 ปีที่ 12 เดือน พฤษภาคม-สิงหาคม.

พงศ์สวัสดิ์ ราชจันทร์. (2564). ประเด็นคัดสรรว่าด้วยความหมายและความสำคัญสำหรับการศึกษา ภาวะผู้นำ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2): 365-378.

พระวีระศักดิ์ จนฺทวํโส (2561). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการวิชาสังคมศึกษา. วารสารมหาจุฬาคชสาร, 8(2): 85–92.

พระสิทธิชัย รินฤทธิ์. (2563). การจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาในศตวรรษที่ 21. Journal of Roi Kaensarn Academi, 5(2): 204-212.

พัชรี ทองเรือง. (2561). การจัดการเรียนรู้ชุมชน. วารสารสังคมมนุษย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 8(2): 50-51.

ยศ สันตสมบัติ. (2540). มนุษย์กับวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

รัฐฑิตยา หิรัณยหาด. (2554). แนวทางการพัฒนาเพื่อส่งเสริมศักยภาพหมู่บ้านวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว: กรณีศึกษาบ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี. การค้นคว้าแบบอิสระศิลปศาสาตร มหาบัณฑิต, สาขาวิชการจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

เรณู โกศินานนท์. (2542). สืบสานนาฏศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

ฤทัยพรรณ ทองจับ. (2564). ประเพณีชักพระ: การบูรณาการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านคลองขุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล. หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาสังคมศาสนาและวัฒนธรรม, วิทยาลัยทองสุข.

วรนันทร์ ฉายารัตน์. (2564). “การท่องเที่ยวเศรษฐกิจตามเส้นทาง EEC”: พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อบูรณาการการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมโรงเรียนนิคมสร้างตนเองจังหวัดระยอง. หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม, วิทยาลัยทองสุข.

วรวิทย์ นิเทศศิลป์ และชวลิต ขอดศิริ. (2560). การบูรณาการการเรียนการสอนด้วยวิธีการทานุบำรุงศิลป วัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วิชัย พ้องเสียง. (2565).การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมหน่วยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่องสาเกตนครบ้านเราของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์และกิจกรรมทัศนศึกษา. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 6(1): 70-79.

วีระนุช กุลสุวรรณ และในตะวัน กำหอม. (2566). กระโจมบ้านขวาว: สื่อสัญลักษณ์ การอนุรักษ์และการพัฒนาเพื่อส่งเสริมวิถีวัฒนธรรม ตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม, วิทยาลัยทองสุข.

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. (2533). งานมหกรรมวัฒนธรรมพื้นบ้าน 33. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง กรุ๊พ.

สิริวรรณ สิรวณิชย์. (2561). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2543). วิวัฒนาการนาฏยศิลป์ไทยในกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2325-2477. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อมรรัตน์ ใจโต. (2567).พันธุมบุรี : เส้นทางและกิจกรรมทองเที่ยวเชิงพุทธ เพื่อการบูรณาการการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนวัดไผโรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี. หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม, วิทยาลัยทองสุข.