การพัฒนาตัวบ่งชี้สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ

Main Article Content

ณัฐภูมิ นะราหนองแวง
วาโร เพ็งสวัสดิ์
บุญมี ก่อบุญ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ผลการวิจัย พบว่า 1. สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การรับฟังอย่างลึกซึ้ง 2) การไตร่ตรองความคิด 3) การนำเสนอความคิด และ 4) การเคารพบุคคลอื่น โดยทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ตัวบ่งชี้สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลัก 12 องค์ประกอบย่อยและ 56 ตัวบ่งชี้ จำแนกเป็นองค์ประกอบหลักการรับฟังอย่างลึกซึ้ง 16 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบหลักการไตร่ตรองความคิด 14 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบหลักการนำเสนอความคิด 13 ตัวบ่งชี้ และองค์ประกอบหลักการเคารพบุคคลอื่น 13 ตัวบ่งชี้ 3. โมเดลโครงสร้างตัวบ่งชี้สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์  (Chi-Square = 34.24, df = 32, P-value = 0.360, RMSEA = 0.015, RMR = 0.0097, GFI = 0.98, AGFI=0.95) ค่าน้ำหนักองค์ประกอบทั้ง 56 ตัวบ่งชี้ มีค่าตั้งแต่ 0.82 – 1.01 4. คู่มือการใช้ตัวบ่งชี้สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นะราหนองแวง ณ., เพ็งสวัสดิ์ ว. ., & ก่อบุญ บ. . (2024). การพัฒนาตัวบ่งชี้สุนทรียสนทนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(2), 1879–1890. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/5344
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จริญญาภรณ์ ศรีจันดารี. (2564). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 6(3), 865-876.

นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2551). การวิจัยและตัวบ่งชี้คุณธรรมจริยธรรม. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน).

บุษบา สุธีธร. (2560). ความขัดแย้งและการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างบุคคล, วารสารนักบริหาร, 37(1), 54-67.

ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2550). เทคนิคการเขียนและผลิตตำรา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิริกร อมฤตวาริน, เอนก สุวรรณบัณฑิต. (2560). สุนทรียสนทนา: เครื่องมือของกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.

วนิดา เนาวนิตย์. (2563). การจัดการความขัดแย้งในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, กรุงเทพฯ.

วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัย. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

สาระ ปัทมาพงศา. (2551). การพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรวมในโรงเรียนวัดกาญจนาราม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎรธานี เขต 1. สุราษฎรธานี : มหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎรธานี.

สิริอร วิชชาวุธ. (2556.) การคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล. วารสารสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 8(2), 78-85

อาภารัตน์ ราชพัฒน์. (2554). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นําของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.

Bhom. (1996). On dialogue. London: Routledge.