ผลการใช้ชุดกิจกรรมในการสอนแบบ CIPPA เรื่อง SPELLING CLASSROOM FAMILY VEGETABLE AND FRUIT สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Main Article Content

ณัฐกิตฑิตินันท์ มั่งมี
เจริญวิชญ์ สมพงษ์ธรรม
วิวัฒน์ เพชรศรี

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อเป็นการพัฒนาในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจการเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIPPA MODEL กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านพอกหนองแข้ ตำบลกล้วยกว้าง   อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2564 จำนวน 16 คน ซึ่งได้มาโดยการวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Sample Random Sampling) โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  วิชาภาษาอังกฤษโดยใช้การเรียนรู้ การสอนแบบ CIPPA MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 ชุดกิจกรรม 2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งเป็นแบบสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scales) 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีคะแนนด้านผลการจัดการเรียนรู้ชุดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ที่ระดับ “มาก”  เท่ากับ 77.42 / 95.31 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์และสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมในมีค่าดัชนีประสิทธิผล (EI) เท่ากับ 80.05 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมอยู่ในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มั่งมี ณ. . ., สมพงษ์ธรรม เ. ., & เพชรศรี ว. . . (2022). ผลการใช้ชุดกิจกรรมในการสอนแบบ CIPPA เรื่อง SPELLING CLASSROOM FAMILY VEGETABLE AND FRUIT สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 4(1), 37–50. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/3903
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ.(2551).หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน.กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์

การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กัณฐาภรณ์ พานเงิน. (2559). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนร้เพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงอย่างมีวิจารณญาณ เรื่องชุมชนริมน้ำจันทบูร กล่ม

สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์.บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี.

ทิพาวดี เมฆสวรรค์. (2538). การส่งเสริมประสิทธิภาพในส่วนราชการ.กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.

ทิศนา แขมมณี. (2560).การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปซิปปา.กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพชีวิตวิชาการ.

ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และทักษะการคิดเลขในใจ ของนักเรียนที่ได้รับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกหัดที่เน้นทักษะการคิดเลขในใจ กับนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้คู่มือครู . พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2544). แนวทางการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ บทบาทครูกับการวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : พริกหวาน กราฟิฟค

วิทยา ด่านธำรงกูล. (2560). การบริหาร. กรุงเทพฯ : เธิร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชั่น

ศิริวรรณ วณิชวัฒนวรชัย. (2553). การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมสำหรับนักเรียนปฐมวัย.

วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัยปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (มกราคม – มิถุนายน).

สมบูรณ์ ตันยะ. (2559). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. นครราชสีมา: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

สุคนธ์ สินธพานนท์ (2558). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียน ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.

อรรชนิดา หวานคง.(2559).การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในศตวรรษที่ 21. วารสารสถาบันวิจัยญาณสงวร ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม).

Herzberg. (1959). Federick; Mausner, Bernard; and Synderman, Block the Motivation to Work. New York: John Willey.