แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอกเชิงพุทธบูรณาการ ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพภายนอก (องค์การมหาชน)
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ (1) เพื่อศึกษาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (2) เพื่อวิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการนำมาพัฒนาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอกเชิงพุทธบูรณาการของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะผู้ประเมินภายนอกที่สะท้อนถึงความสามารถมี 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านความรู้ที่เกี่ยวกับการศึกษาของแต่ละระดับที่ประเมินในการประกันคุณภาพการศึกษาและบริบทของสถานศึกษา (2) ด้านทักษะ เป็นทักษะในการวางแผน การเก็บรวบรวมข้อมูล การสรุปผลการประเมิน การให้ข้อเสนอแนะ การเขียนรายงาน การทำงานเป็นทีม การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (3) ด้านคุณลักษณะ ที่สะท้อนถึงความเป็นกัลยาณมิตร การมีเจตคติที่ดีต่อการประกันคุณภาพ ความยุติธรรมและความเป็นกลาง ความตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต และความสามารถในการแก้ปัญหา หลักธรรมในการพัฒนาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอก พบว่า หลักสัปปุริสธรรม 7 เป็นหลักธรรมที่เหมาะสมในการนำมาพัฒนาโดยข้อ 1 การเป็นผู้รู้จักเหตุ (ธัมมัญญุตา) ข้อ 2 การเป็นผู้รู้จักผล (อัตถัญญุตา) ข้อ 3 การเป็นผู้รู้จักตน (อัตตัญญุตา) ข้อ 4 การเป็นผู้รู้จักประมาณ (มัตตัญญุตา) ข้อ 5 การเป็นผู้รู้จักกาล (กาลัญญุตา) ข้อ 6 การเป็นผู้รู้จักชุมชน (ปริสัญญุตา) ข้อ 7 การเป็นรู้จักบุคคล (ปุคคลัญญุตา) และ หลักกัลยาณมิตร 7 ได้แก่ (1) ปิโย ความเป็นคนน่ารัก (2) ครุ ความเป็นคนน่าเคารพ (3) ภาวนีโย ความเป็นคนน่ายกย่อง (4) วัตตา รู้จักพูดและชี้แจงได้เหมาะสม (5) วจนักขโม อดทนต่อถ้อยคำ พร้อมให้คำปรึกษา (6) คัมภีรัญจะ กถัง กัตตา การมีความรู้และกล่าวชี้แจงแถลงเรื่องต่างๆ ได้ลึกซึ้ง และ(7) โน จัฏฐาเน นิโยชะเย ไม่ชักจูงไปในทางที่เสื่อม และหลักการในวีมังสกสูตรมาใช้ในการตรวจสอบและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอกเชิงพุทธบูรณาการ พบว่า มี 3 แนวทาง (1) การเพิ่มความรู้ด้วยการฝึกอบรม การประชุมสัมมนาหรือการเรียนรู้หลักธรรมผ่านระบบ e-learning (2) การเพิ่มคุณธรรมและปัญญาด้วยการฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานซึ่งเป็นสมรรถนะทางปัญญา (3) การกำหนดมาตรฐานตัวชี้วัดด้านหลักธรรมให้ชัดเจน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2566). เอกสารประกอบการ ประชุมการประเมินภายนอกรอบสี่ (2559-2566) อดีตถึงปัจจุบัน.
ชนะพงษ์ กล้ากสิกิจ. (2562). การประยุกต์หลักสัปปุริสธรรม 7 กับการบริหารงานสมัยใหม่. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ธนากรและคณะ. (2563). อนาคตภาพการพัฒนาสมรรถนะผู้ประเมินภายนอกให้เป็นผู้ประเมินเชี่ยวชาญ. สมศ.
นภาภร ส่งแสง. (2561). “การวิเคราะห์องค์ประกอบสมรรถนะของผู้ประเมินภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.2559-2563) ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)”. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นันทา หงวนตัด. (2566). ยกเครื่องผู้ประเมินภายนอก “สมศ”หวังสร้างความมั่นใจให้สถานศึกษา. หนังสือพิมพ์คมชัดลึก. กรุงเทพฯ : 21 มีนาคม พ.ศ.2566.
บริษัท ซุเปอร์โพล จำกัด. (2563). โครงการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อการประเมินคุณภาพภายนอกและการพัฒนาการให้บริการ ประจำปี 2563. กรุงเทพมหานคร.
ประทีป พืชทองหลาง. (2561). รูปแบบการปรึกษาเชิงพุทธตามหลักกัลยาณมิตร. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชกิจจานุเบกขา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เล่มที่ 134 ตอนที่ 40. กรุงเทพมหานคร.
ราชกิจจานุเบกขา. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2562. เล่มที่ 136 ตอนที่ 57 ก. กรุงเทพมหานคร.
ราชกิจจานุเบกษา. (2561). กฎกระทรวงศึกษาธิการ พุทธศักราช 2561 เล่มที่ 135 ตอนที่ 11 ก. กรุงเทพมหานคร.
ศิริเดช สุชีวะ ใจทิพย์ ณ สงขลา และ ทิพวัลย์ ปัญจมะวัต. (2561). รูปแบบและวิธีพัฒนาสมรรถนะของผู้ประเมินภายนอก. (สมศ.).
David C McClelland, “Testing for Competency rather than Intelligence.” American Psychologist, 11, (December, 1973)