THE EFFECTS OF LEARNING MANAGEMENT ON BRAIN-BASED LEARNING APPROACH TO LISTENING AND SPEAKING ABILITY OF GRADE 3 STUDENTS
Main Article Content
Abstract
This research aimed to 1) compare the listening ability of grade 3 students between before and after learning by using Brain-Based Learning approach, 2) compare the listening ability of grade 3 students between after learning by using Brain-Based Learning approach with the criteria 70 percent, 3) compare the speaking ability of grade 3 students between before and after learning by using Brain-Based Learning approach, and 4) compare the speaking ability of grade 3 students between after learning by using Brain-Based Learning approach with the criteria 70 percent. The sample of this research was 13 grade 3 students of Ban Khao Kwang Thong School obtained by cluster random sampling. The instruments of this research were 1) the 6 lesson plans, 2) 20 items of the listening ability test, and 3) 2 items of the speaking ability test. Data were analyzed by using mean, standard deviation, t-test for dependent sample and t-test for one sample. The research findings were as follows:
1) The grade 3 students who were taught through learning management by according to Brain-Based Learning approach had the listening ability after learning higher than before significantly by statistical level .05.
2) The grade 3 students who were taught through learning management by according to Brain-Based Learning approach had the listening ability after learning higher than the criteria 70 percent significantly by statistical level .05.
3) The grade 3 students who were taught through learning management by according to Brain-Based Learning approach had the speaking ability after learning higher than before significantly by statistical level .05.
4) The grade 3 students who were taught through learning management by according to Brain-Based Learning approach had the speaking ability after learning higher than the criteria 70 percent significantly by statistical level .05.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
References
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
จุฑารัตน์ แก้วอำรัตน์. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเทคนิคเอสคิวอาร์คิวซีคิวที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การสอน่คณิตศาสตร์). มหาวิทยาลัยบูรพา
ชยาพล ชมชัยยา, ศิรินยา พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์ และ ณัฐพร โอวาทนุพัฒน์. (2565). การพัฒนาการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้การเรียนรู้ด้วยตนเอง. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 14(1), 347–361.
ชลดา มากพานิช. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2553). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์
ดุษฎี รังสีชัชวาล. (2562). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยการบูรณาการนวัตกรรมการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21. รายงานวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
พรพิไล เลิศวิชา. (2558). คู่มือพลิกโฉมโรงเรียนตามแนวคิด BBL. เชียงใหม่: ธารปัญญา.
พัชริน สินจะโปะ. (2560). การศึกษาความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการใช้สมองเป็นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
ภัทรสร นรเหรียญ. (2562). การจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐานร่วมกับสื่อประสมเพื่อพัฒนาความสามารถในการฟัง การพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มินตรา ธงภักดี, และชวนพิศ รักษาพวก. (2566). การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้แบบตอบสนองด้วยท่าทาง (TPR) ร่วมกับแบบฝึกทักษะ.วารสารมหาจุฬาคชสาร. 14(1): 126–139.
มินตรา ภูริปัญญวานิช. (2561). ทำไมคะแนนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยจึงย่ำแย่มาติดกัน 8 ปีแล้ว. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2563, จาก https://www.bbc.com/thai/thailand-46093794
รุจิเรจ แก้วพินิจ. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน) มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์.
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2549). นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ . มหาสารคาม: ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
_______. (2553). นวัตกรรมตามแนวคิดแบบ Backward Design. มหาสารคาม: คณะศึกษาศาสตร์ ศึกษาธิการจังหวัด อุทัยธานี. (2566). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2566 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุทัยธานี. สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2563, จาก https://www.uthaipeo.go.th/index.php/e-book/376-2566-2
สถาบันภาษาอังกฤษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นสากล.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2532). การสอนทักษะทางภาษาและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์.
สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2537). วิธีสอนภาษาอังกฤษ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
_______. (2540). วิธีสอนภาษาอังกฤษ. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพินดา คําเสน. (2560). การพัฒนาการฟังและการพูดภาษาญี่ปุ่น สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ TPR. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน)มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
Bowen, J., Donald, M., Harold, H., Ann. (1995). TESOL : Techniques and Procedures. Boston, Massachusettes: Heinle and Heinle Publishers.
Caine, Renate N. & Caine, Geoffrey. (1990). 12 Principles for Brain–based Learning. Retrieved 10 April 26, 2022, from https://www.nlri.org/wp-content/uploads/2014/04/12-B_M-NLPs_CM.pdf
EF English Proficiency Index. (2019). The World’s largest ranking of countries and regions by English skills. Retrieved 25 March 26, 2022, from https://www.ef.com/assetscdn/WIBIwq6RdJvcD9bc8 RMd/cefcom-epi-site/reports/2019/ef-epi-2019-english.pdf