A MODEL DEVELOPMENT OF PROFESSIONAL LEARNING COMMUNITY FOR ACTIVE LEARNING DEVELOPMENT TO STUDENT’S QUALITY OF WATYANGNGAM PRACHAPATTANA UNDER NAKHONSAWAN PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1
Main Article Content
Abstract
This research aimed to 1) analyze factors, 2) develop a model 3) try out the model, and 4) evaluate the model. The research and development, which combines qualitative and quantitative methods. There were 4 steps as follows: 1) The analyzing the factors, the sample consisted of 9 experts and 400 teachers. The research instruments used were an interview form and a questionnaire, 2) The developing the model, and the sample consisted of 9 experts. The research instruments employed were a model checking form and a handbook, 3) The trying out model, the sample consisted of 1 supervisor, 8 teachers total 9 participants. The research instruments used a behavior observation form and a task recoding form and 4) The evaluating the model, sample consisted of 1 administrator, 8 teachers, 1 supervisor, 1 representative of school committee and 8 representative of parents total 19 participants. The research instruments were a recoding form, a model evaluation form and a satisfaction form. The data analysis and the statistics were content analysis, frequency, percentage, mean, standard deviation (S.D.), Exploratory Factor Analysis. and T-test. The results showed that:
1.The factors consisted of 7 factors elements were analyzed, including participation, supervision, leadership, and exchange of professional knowledge. learning management and promotion of learning. 2. The result of the model development shown that the model and the handbook were appropriated. 3. The result of the trying out the model shown that the development result after using the model was higher than before using the model, was significantly different at the level of .05, and receiving certificates and awards were increased. 4. The trying out the model found that 1) the learning achievement of students was higher, 2) the model accuracy, appropriateness, possibility and expedient was at a high level. and 3) The feasibility and the satisfactory for work was at the highest level.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
References
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กัสมัสห์ อาแด. (2561). การพัฒนารูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยกระบวนการวิจัยปฏิบัติการแบบร่วมมือร่วมพลัง ในโรงเรียนประถมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (วิจัยวัดผลและสถิติการศึกษา). มหาวิทยาลัยบูรพา.
กิ่งแก้ว ภูทองเงิน. (2561). รูปแบบการพัฒนาครูตามแนวคิดชุมชนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะของนักเรียนระดับประถมศึกษา. ปริญญานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จุฑามาศ เพิ่มพูนเจริญยศ.(2561). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านห้องเรียนอัจฉริยะ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลไทรโยค. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. (2558). ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. เอกสารประกอบการบรรยาย ณ วิทยาลัยชุมชนพังงา จังหวัดพังงา. กรุงเทพมหานคร: มปท.
ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. (2560). แนวคิดเกี่ยวกับนตักรรมการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นํา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ธีรยุทธ รุจาคม. (2561). การดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ กลุ่ม 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยพะเยา.
นพพร พรมแพง. (2561). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูโดยปัจจัยชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) เพื่อการจัดกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาพอเพียง ที่มีต่อผลลัพธ์และภาพความสำเร็จโรงเรียนจุมจังอุปกรณ์เจริญเวทย์ ปีการศึกษา 2561. กาฬสินธุ์: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3.
ประจักษ์ ยอดเมิน. (2563). แนวทางการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 (หนองบัวลำภู). วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ปิยณัฐ กุสุมาลย์. (2560). แนวทางการพัฒนาครูโดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการ จัดการเรียนรู้ สำหรับสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา).
มหามหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2556). การจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดความรับผิดชอบ. [ออนไลน์]. สืบค้นวันที่ 6 มิถุนายน 2564
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. (6 เมษายน 2560). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก, น. 14.
เรวดี ชัยเชาวรัตน์. (2558). วิถีสร้างครูสู่ศิษย์ : ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ : เอกสารประมวล แนวคิดและแนวทางพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับคณะทำงานโครงการพัฒนาระบบกลไก และแนวทางการหนุนเสริมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาผู้เรียน. กรุงเทพฯ : สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน
วัชราพร แสงสว่าง. (2563). การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วาสนา เจริญไทย. (2557). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ความสามารถในการแก้ปัญญาทางคณิตศาสตร์เรื่อง เศษส่วนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คณิตศาสตร์ศึกษา). มหาวิทยาลัยบูรพา
วิจารณ์ พานิช. (2556). งานสำคัญของการศึกษาไทยสร้าง “ทักษะ” ให้กับผู้เรียนพร้อมศตวรรษที่ 21 สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์.
วิทูล ทาชา. (2559). การพัฒนาอีเลิร์นนิ่งเพื่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ: กรณีการวิจัย เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตอีสาน. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2556). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน. [ออนไลน์]. สืบค้นวันที่ 11 กรกฎาคม 2564. เข้าถึงได้จาก http://www.jsfutureclassroom.com/cbl.html
สถาพร พฤฑฒิกุล. (2555). คุณภาพผู้เรียนเกิดจากกระบวนการเรียนรู้. วารสารการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา. 6(2): 1-13.
สัญญา ภัทรากร. (2552). ผลการจัดการเรียนรู้อย่างมีชีวิตชีวาที่มีผลต่อความสามารถ ในการแก้ไขปัญหาและการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่องความน่าจะเป็น. ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (การมัธยมศึกษา). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและ ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจํากัด.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด. (2554). รายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปีการศึกษา 2554. ตราด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (2564).รายงานการประเมินคุณภาพภายนอก.โรงเรียนวัดยางงาม(ประชาพัฒนา)
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2561). การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). [ออนไลน์]. สืบค้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2561. เข้าถึงได้จาก https://www.orst.go.th/.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.
สุภัทรา ภูษิตรัตนาวลี. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับคณาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้. 10(1): 151-158.
อำนาท เหลือน้อย. (2561). รูปแบบการบริหารจัดการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนมาตรฐานสากล. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์,
เอมอร ศรีวรชิน. (2562). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพเพื่อเสริมสร้างความสามารถการ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในการพัฒนาสมรรถนะด้านทักษะชีวิตของผู้เรียน โรงเรียนทัพรั้งพิทยาคม. รายงานการวิจัยเพื่อปรับเลื่อนวิทยฐานะ. นครราชสีมา: โรงเรียนทัพรั้งพิทยาคม.
Cooperstein, S.E. & Kocevar-Weidinger, E. (2004). Beyond active learning: A constructivist approach to learning. Reference Services Review, 32(2): 141-148.
Michel; Norbert; Carter. J. J.; & Otmar. (2009). Active Versus Passive Teaching Styles: An Empirical Study of Student Learning Outcomes. Human Resource Development Quarterly, vol. 20, no. 4, Winter 2009. Published online in Wiley Inter Science. Retrieved September 28, 2021 from www.interscience.wiley.com.