แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน โรงเรียนบ้านท่าฟ้าใต้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพะเยา เขต 2

Main Article Content

ปุริมปรัชญ์ จีรัง
หาญศึก เล็บครุฑ
พูนชัย ยาวิราช

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารงานวิชาการ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการ และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน โรงเรียนบ้านท่าฟ้าใต้ ดำเนินการวิจัยแบบวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาสภาพปัจจุบันคือผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 16 คน และผู้เชี่ยวชาญในการสนทนากลุ่มจำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNI modified)


ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนโรงเรียนบ้านท่าฟ้าใต้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุดคือ ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 2.ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนโรงเรียนบ้านท่าฟ้าใต้ มีความหลากหลายและครอบคลุมทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกสถานศึกษา โดยเฉพาะปัจจัยด้านผู้เรียน ด้านครู และด้านนโยบายการบริหารจัดการ ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ 3.แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน โรงเรียนบ้านท่าฟ้าใต้มีลักษณะเป็นกระบวนการบริหารที่เน้นวงจรคุณภาพและการมีส่วนร่วม ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญคือ การวางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การนำ/การสั่งการ (Leading) และการควบคุม/ประสานงาน (Controlling/Coordinating) โดยมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์คือสมรรถนะของผู้เรียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จีรัง ป., เล็บครุฑ ห., & ยาวิราช พ. (2026). แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน โรงเรียนบ้านท่าฟ้าใต้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพะเยา เขต 2. วารสารการบริหารการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษา, 6(2), 362–372. https://doi.org/10.2822.EAI202626115
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤชกร ไพคำนาม และ สุรางคนา มัณยานนท์. (2564). การบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ของศูนย์เครือข่ายกุดบาก. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 10(37), 135 - 145.

ชนาธิป อัครนรากุล. (2564). แนวทางการบริหารวิชาการเพื่อพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนเอกชน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 26). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธนากร จันทเขื่อนบง, หฤทธิ์ ศุภักดี, และศิริลักษณ์ วรวัย. (2564). การประยุกต์ใช้ทฤษฎี POCCC ของอาสาสมัครครอบครัวเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(S1), S65–S75.

ปนัดดา วงศ์จันดา. (2554). ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูสายผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.

ปุญญิศา เพ็งยาวงศ์. (2566). ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.

พัชรินทร์ จันทร์ส่อง และ สุชานาถ อุดมพงษ์. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4. วารสาร มจร นครน่านปริทรรศน์, 6(1), 17-30.

พูนชัย ยาวิราช. (2565). หลักการ ทฤษฎี และการปฏิบัติการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

พระครูสังฆรักษ์จักรกฤษณ์ ภูริปญฺโญ, และคนอื่นๆ. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการบริหารวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 26(2), 158-171.

วารีรัตน์ แก้วอุไร. (2564). แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโดยใช้การมีส่วนร่วม สำหรับโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 27(1), 189-204.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2554). นวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้สู่ความเป็นพลเมือง. อาร์แอนด์ปริ้นท์.

สราวุธ สมบูรณ์. (2565). การศึกษาสมรรถนะผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้นของวิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี ตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ. วารสารวิชาการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1, 7(1), 131-141.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564ก). คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินสมรรถนะผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564ข). วารสารการวิจัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 19). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อภิวัฒน์ จันทร์สม. (2563). แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม โดยใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

อรุณี อินสมทวด. (2564). การพัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการด้วยหลัก POLCC ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 5(3), 620 – 634.

Diteeyont, W. (2023). Competency levels and influential factors of college students’ mobile learning readiness in Thailand. Smart Learning Environments, 10(44), 1 - 20.

Fullan, M., & Quinn, J. (2016). Coherence making: How leaders cultivate the pathway for school and system change with a shared process. School Administrator, 73(6), 30 – 34.

Ireland, A. L. (2021). Mixed reality simulation in teacher preparation programs in the United States [Doctoral dissertation, University of California, Los Angeles]. eScholarship.

Peterson-Ahmad, M. B., Keeley, R., & Frazier, A. (2023). Using mixed reality to support inclusive teaching strategies in general and special education preparation programs. Social Sciences, 12(11), 596.

Stiggins, R. J. (2002). Assessment crisis: The absence of assessment for learning. Phi Delta Kappan, 83(10), 758–765.

Wulandari, Y., Ningsih, S., & Pratama, A. (2024). Unleashing student creativity: A dynamic look at Merdeka Belajar curriculum's impact. International Journal of Asian Education, 5(1), 21-33.

Yohana, C., et al. (2020). A study of factors influencing the development of student talent. International Journal of Education and Practice, 8(3), 441-456.