กลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) สร้างกลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษาและ 3) ประเมินกลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษา วิธีการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 638 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.60-1.00และค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.92 พร้อมทั้งการวิเคราะห์ SWOT Analysis และจัดทำตาราง TOWS Matrix โดยการสนทนากลุ่ม ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน
7 คน ขั้นตอนที่ 2 สร้างกลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน ขั้นตอนที่ 3 ประเมินกลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนมัธยมศึกษา เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 38 คนได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินกลยุทธ์ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารองค์กรแห่งความสุข ด้านสภาพแวดล้อมภายในโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก และด้านสภาพแวดล้อมภายนอก โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2)ผลการสร้างกลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุขที่ได้ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ประเด็น กลยุทธ์ 6 ด้าน เป้าหมายความสำเร็จ กลยุทธ์ แนวทางการปฏิบัติ และตัวชี้วัดความสำเร็จ 3) ผลการประเมินกลยุทธ์การบริหารองค์กรแห่งความสุข โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จันทร์จิรา พรหมเมตตา. (2562). ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
จตุรงค์ พงษ์ศิริ. (2563). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จีระ หงส์ลดารมภ์. (2565). การบริหารองค์กรเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร. วารสารการจัดการและการศึกษา, 25(1), 23-25.
ดวงพร แสงทอง. (2562). การบริหารเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ธรรมศาสตร์.
ณัฐพงษ์ น้อยโคตร. (2565). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุข. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นันทรัตน์ เจริญกุล. (2568). การบริหารนโยบายและกลยุทธ์การศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภคพร ใจมาก และคณะ. (2566). การสร้างองค์กรแห่งความสุขในโรงเรียน สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(6), 1255 - 1264
ภาวินี ชัยยศ. (2565). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาสุขภาวะบุคลากรในสถานศึกษา. วารสารนวัตกรรมการบริหารการศึกษา, 9(1), 60-75.
รัตติกาล โสวะภาส. (2563). การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล. วารสารการบริหารและการจัดการ, 32(2), 120-121.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). แนวคิดการบริหารจัดการศึกษาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). รายงานการส่งเสริมสุขภาวะในสถานที่ทำงาน: Happy 8 Workplace. กรุงเทพฯ.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2566). แนวคิด Happy Workplace ในการสร้างองค์กรแห่งความสุข. งานวิจัยที่ไม่เผยแพร่.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2565). สุขภาพมิติใหม่ในองค์กรแห่งความสุข. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์สภาผู้แทนราษฎร.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). ราชกิจจานุเบกษา.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2566). รายงานประจำปี 2566: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
สมชาย อัครเดชากุล. (2566). กลยุทธ์โรงเรียนแห่งความสุขโดยใช้ TOWS Matrix.วารสารการบริหารการศึกษา, 11(1),142.
สมศักดิ์ วรรณธรรม. (2564). การบริหารที่มุ่งเน้นผลลัพธ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภีร์ สีพาย. (2564). การพัฒนากลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อมรรัตน์ ศรีพอ. (2561). การบริหารการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุภาพร ยุภาศ. (2562). การจัดการเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร. (2563). การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงในองค์กร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Brent, R. J. (2007). Applied cost-benefit analysis (2nd ed.). Cheltenham: Edward Elgar Publishing.
Dess, G. G., & Miller, A. (1993). Strategic management. Singapore: McGraw-Hill.
Epstein, J. L. (2018). School, family, and community partnerships: Preparing educators and improving schools. Journal of Education and Research, 60(2), 60-88.
Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2010). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach (7th ed.). Boston, MA: Pearson/Allyn & Bacon.
Heuser, B. (2010). The evolution of strategy: Thinking war from antiquity to the present. Cambridge: Cambridge University Press.
Rumelt, R. P. (2011). Good strategy, bad strategy: The difference and why it matters. New York,NY: Crown Business.
Schein, E. H. (2010). Organizational culture and leadership (4th ed.). San Francisco: Jossey-Bass.
Schermerhorn, J. R. (2002). Management (7th ed.). Hoboken, NJ: John Wiley & Sons.
UNESCO. (2024). Why the world needs happy schools: Global report on happiness in and for learning. Paris: UNESCO.