การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านไสดง สังกัดสำนักงานเขตพื้่นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านไสดง และ 2) เพื่อประเมินผลหลังการเรียนรู้เปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 จำนวน 22 คน ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 เครื่องมือที่ใช้คือ แผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ 7 แผน รวม 18 ชั่วโมง และแบบวัดทักษะการฟังและพูด การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) การออกแบบแผนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เรื่อง Real communication มุ่งพัฒนาทักษะการสื่อสารจากสิ่งรอบตัวที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอ ขั้นที่ 3 ขั้นฝึก ขั้นที่ 4 ขั้นการใช้ภาษา ขั้นที่ 5 ขั้นสรุป โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ถามตอบนักเรียนในแต่ละบทเรียน เพื่อฝึกทักษะการฟัง–พูด ครูเป็นผู้ประเมินด้วยรูบริค หัวข้อการเรียนรู้ ประกอบด้วย การแนะนำตัว กิจวัตรประจำวัน ความชอบ– ไม่ชอบ การบอกทิศทาง ความรู้สึก การสั่งอาหาร และการบอกเวลา 2) ผลการทดสอบทักษะการฟัง–พูดหลังเรียนด้วยปัญญาประดิษฐ์ พบว่านักเรียนจำนวน 22 คน มีผู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 40.91 และไม่ผ่าน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 59.09 แสดงว่าผลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการฟังและพูดได้จริง แต่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสะท้อนความจำเป็นใน การพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กิตยาพร คัมภีระ และประสงค์ สายหงษ์. (2567). การพัฒนาความสามารถด้านการพูดและความมั่นใจในการใช้ภาษาเกาหลีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร CLT. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา, 13(1), 64–74.
ชัชพงศ์ สร้อยแสง, จิราภรณ์ หันตุลา, และสุวรรณี อัศวกุลชัย. (2567). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และความเสมอภาคทางการศึกษาของครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดจันทบุรี. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการศึกษา, 2(3), 48–56.
ยง ภู่วรวรรณ. (2566). เด็กกับการเรียนรู้เอไอ. วารสารกุมารเวชศาสตร์, 62(2), 89-92.
วิริยา ตรีกุล, ณัฐนันท์ ทองมาก, นิติกรณ์ ธรรมขันธ์, และ เจตริณ อาชาฤทธิ์. (2567). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสนทนาในชีวิตประจำวันโดยใช้แอปพลิเคชัน ELSA Speak ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนท่าข้ามวิทยา จังหวัดสงขลา. วารสารการศึกษาและการสอน, 24(2), 70-84. https://doi.org/10.55164/jedutsu.v24i2.268774
Bai, L., Liu, X., & Su, J. (2023). ChatGPT: The cognitive effects on learning and memory.
Brain-X, 1(3), 1-9. https://doi.org/10.1002/brx2.30
Oktavia, D., Mukminin, A., Fridiyanto, U., Hadiyanto, H., & Marzulina, L. (2022). Challenges and strategies used by English teachers in teaching English language skills to young learners. Theory and Practice in Language Studies, 12(2), 382–387.
Krongbuaban, P. (2024). English learning problems in the 21st century. Journal of Dhamma for Life, 30(1), 43–57.
UNESCO. (2023). AI and education: Guidance for policymakers. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. https://unesdoc.unesco.org/
Zhou, J., Müller, H., Holzinger, A., & Chen, F. (2024). Ethical ChatGPT: Concerns, challenges, and commandments. Electronics, 13(17), 1-13. https://doi.org/10.3390/electronics13173417