การบูรณาการการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย: ประสบการณ์การแข่งขันทักษะพื้นฐานด้านกีฬา (มวยสากลสมัครเล่น) งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การบูรณาการการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้ การเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย: ประสบการณ์การแข่งขันทักษะพื้นฐานด้านกีฬา (มวยสากลสมัครเล่น) งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ และ 2) นำเสนอแนวทางการการบูรณาการการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียน เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน เป็นการสัมภาษณ์เชิงลึก 5 คน การสนทนากลุ่ม 10 คน เป็นการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือเป็นแบบสอบถามแบบมีเค้าโครงโดยมีเกณฑ์การเลือกกลุ่มตัวอย่าง คือ ครูผู้สอนพลศึกษา มีประสบการณ์เข้าร่วมการแข่งขันศิลปหัตถกรรม และยินดีให้ข้อมูลตลอดการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ตรวจสอบคุณภาพด้วยเทคนิคสามเส้า ผลการศึกษาพบว่า 1. การบูรณาการการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย (1) การเน้นลงมือปฏิบัติจริง (2) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ (3) ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (4) ผู้สอนวางบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก (5) ส่งเสริมเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกระบวนการ และ (6) กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า 2. แนวทางการการบูรณาการการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียน พบว่า ควรมีการบูรณาการแนวคิด 3 อย่าง คือ (1) การเรียนรู้เชิงระบบ (2) แนวคิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ และ (3) แนวคิดแบบพหุวัฒนธรรมเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนได้เรียนรู้พลศึกษาอย่างสนุกและสร้างสรรค์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). การศึกษาความเป็นไปได้ของแนวทางการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีพศึกษาไทย. โรงพิมพ์กรมการศาสนา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2558). ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ. https://www.moe.go.th/
กัณฑิมา เนียมโภคะ สุธนะ ติงศภัทิย์ และจินตนา สรายุทธพิทักษ. (2566). รูปแบบการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพทางกายผ่านการคิดเชิงระบบของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 15(3), 73–87.
ชาย โพธิสิตา. (2556). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 6). อมรินทร์พริ้นติ้ง.
ปรียา สมพืช. (2559). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยกรณีศึกษา. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(2), 260–270.
วรรณดี สุทธินรากร. (2561). การวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยเชิงคุณภาพ. สำนักพิมพ์ศยาม.
สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน. (2565). เกณฑ์การแข่งขันงานศิลปะหัตกรรมนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา. https://www.sillapa.net/rule61/health-68.pdf
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2559). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ และกรรณิการ์ สุขเกษม. (2547). วิธีวิทยาการศึกษาเชิงคุณภาพ: การวิจัยปัญหาปัจจุบันและการวิจัยอนาคตกาล (พิมพ์ครั้งที่ 2). ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามลดา.
หอภาพยนตร์ (องค์กรมหาชน). (2566). ย้อนมองอดีตของงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน. https://www.fapot.or.th/main/information/article2/view/57
อมาวสี สว่างวงศ์, สุธนะ ติงศภัทิย์ และณัฐพร สุดดี . (2566). ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานของนักเรียนประถมศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 15(1), 289–304.
Goleman, D. (1998). Emotional Intelligence: Why it Can Matters More Than IQ. Basic Books.
Sweller, J. (2006). The worked example effect and human cognition: Learning and Instruction. Educational Technologies.
Ward, R. (1998). Active, Collaborative and case-based learning with Computer-based case Scenarios. Computer in Education, 30(1), 103-110.