ระบบพัฒนาการเรียนออนไลน์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ 2) วิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรคในการสอนออนไลน์ 3) สร้างและพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ และ 4) ประเมินประสิทธิภาพของระบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยบูรณาการการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างได้มาจากครูและนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์เอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพื้นฐาน และข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และนำเสนอผลการวิจัยเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านปัญหาและอุปสรรคในการใช้งานคอมพิวเตอร์และการเรียนออนไลน์อยู่ในระดับมาก ขณะที่ด้านอื่น ๆ อยู่ในระดับปานกลาง 2) ปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ การวางแผนการสอนออนไลน์ที่ต้องสร้างสื่อให้หลากหลายเพื่อลดความเบื่อหน่าย ความจำเป็นที่ผู้เรียนต้องมีความรับผิดชอบสูง สภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เอื้อต่อการเรียนออนไลน์ และเสียงรบกวนระหว่างเรียน 3) ผลการสร้างและพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ พบว่าผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อระบบโดยรวมอยู่ในระดับมาก และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) การประเมินประสิทธิภาพระบบการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์อยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). แนวทางการจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2564). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: วี.พริ้นท์.
ณรงค์ เรืองศรี. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์. 33(2), 45–60.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2563). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2564). การเรียนรู้ออนไลน์กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคดิจิทัล. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม. 20(1), 1–14.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แนวโน้มการศึกษาไทยในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Johnson, D. W., Johnson, R. T., & Smith, K. A. (2014). Cooperative learning: Improving university instruction by basing practice on validated theory. Journal on Excellence in College Teaching. 25(3–4), 85–118.
Moore, M. G. (2019). Theory of transactional distance. In M. G. Moore & W. C. Diehl (Eds.).Handbook of distance education. New York, NY: Routledge.
OECD. (2020). Education responses to COVID-19: Embracing digital learning and online collaboration. Paris: OECD Publishing.
Slavin, R. E. (2018). Educational psychology: Theory and practice (12th ed.). Boston, MA: Pearson Education.
Sun, A., & Chen, X. (2016). Online education and its effective practice: A research review. Journal of Information Technology Education: Research. 15, 157–190.
UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. Paris: UNESCO.