เสฏฐวิทย์ปริทัศน์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw <p><strong> นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong> วารสารเสฏฐวิทย์ปริทัศน์ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์ กำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ</p> <p><strong> กระบวนการพิจารณาบทความ :</strong> บทความที่เผยแพร่จะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลของผู้ส่งบทความ</p> <p><strong>ประเภทของบทความ : </strong></p> <ol> <li>บทความวิจัย</li> <li>บทความวิชาการ</li> <li>บทวิจารณ์หนังสือ</li> </ol> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์ :</strong> ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ </p> <p><strong>ค่าตีพิมพ์</strong></p> <p>4,000 บาท (สี่พันบาทถ้วน)</p> <p> </p> <p><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร : </strong></p> <p>วารสารกำหนดวงรอบการเผยแพร่ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p> ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน</p> <p> ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม</p> <p> ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม </p> <p> </p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและส่งบทความเผยแพร่ :</strong></p> <ol> <li>สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร. <p>06-4457-6869</p> </li> <li><a title="คำแนะนำสำหรับผู้เขียน" href="https://drive.google.com/drive/my-drive">Clik คำแนะนำสำหรับผู้เขียน และเทมเพลตบทความ</a></li> <li>สแกนไลน์ กลุ่มวารสารฯ เพื่อการติดต่อประสานงานเผยแพร่บทความ</li> </ol> <p><img src="https://so12.tci-thaijo.org/public/site/images/setthawit138/mceclip0.png" /></p> <p> </p> th-TH sanan.pra@mcu.ac.th (ดร.สนั่น ประเสริฐ) 6341702004@mcu.ac.th (น.ส.วิกุล วิลัยหล้า) Fri, 08 May 2026 17:45:59 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 รูปแบบการพัฒนาพฤฒพลังสร้างสรรค์แบบมีส่วนร่วมยกระดับสู่การอยู่ร่วมกันของประชาชนทุกช่วงวัยของชุมชนบ้านลาด ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/6335 <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและลักษณะการอยู่ร่วมกันของประชาชนชุมชนบ้านลาด อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 2) เพื่อสร้างกลไกการพัฒนาพฤฒพลังสร้างสรรค์สู่การอยู่ร่วมกันของประชาชนทุกช่วงวัยชุมชนบ้านลาด อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม และ 3) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาพฤฒพลังสร้างสรรค์แบบมีส่วนร่วมยกระดับสู่การอยู่ร่วมกันของประชาชนทุกช่วงวัยชุมชนบ้านลาด อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและปฏิบัติการแบบมีส่วนรวม โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ 1) พระภิกษุ 2 รูป 2) ผู้สูงอายุ 5 คน 3) ผู้นำชุมชน 2 คน 4) อสม. 2 คน 5) เยาวชน 2 คน และ 6) ประชาชน 5 คน รวม 18 รูป/คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และชุดกิจกรรมปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและสรุปเชิงพรรณาวิเคราะห์</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <p> ผู้สูงอายุชุมชนบ้านลาดมีปัญหา 7 ด้าน ได้แก่ ปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ ครอบครัวและสังคม จิตใจ วัฒนธรรมและการสืบสานภูมิปัญญา การไม่เห็นคุณค่าในตนเอง และขาดพลังสร้างสรรค์ ซึ่งมีลักษณะการอยู่ร่วมกันแบบเครือญาติ โดยสร้างกลไกการพัฒนาพฤฒพลังสร้างสรรค์ผ่าน 3 กลไก ได้แก่ กลไกด้านสุขภาพ กลไกด้านการมีส่วนร่วม และกลไกด้านความมั่นคง และใช้รูปแบบการพัฒนาพฤฒพลังสร้างสรรค์เชิงพุทธบูรณาการกับต้นทุนของชุมชนตามปัญหาและความต้องการผู้สูงอายุ โดยใช้พละ 5 ในการพัฒนาพฤฒพลังสร้างสรรค์ผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมผ่านพลังกลไกความร่วมมือ 3 เครือข่าย ได้แก่ พลังปฏิบัติการจากชุมชน พลังภายนอกชุมชุน และพลังสนับสนุน ส่งผลให้เกิดพลังผู้สูงอายุและการปรับตัวอยู่ร่วมกันทุกช่วงวัย ส่งผลให้ผู้สูงอายมีสุขภาวะที่ดี มีส่วนร่วมทางสังคม มีรายได้เสริม และมีความมั่นคงในชีวิต</p> ภานุวัฒน์ ภานุวัฒน์ สิงห์คำป้อง , พระวิมาน คมฺภีรปญฺโญ , พระครูพิศาลโพธิธรรม, สงวน หล้าโพนทัน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เสฏฐวิทย์ปริทัศน์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/6335 Fri, 08 May 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการ ในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/8309 <p>การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด” การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด ๒) เพื่อพัฒนาการส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด ๓) เพื่อประเมินความพึงพอใจและนำเสนอการเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&amp;D) โดยผู้วิจัยแบ่งขั้นตอนกระบวนการวิจัย ดังนี้ การวิจัยระยะที่ ๑ ศึกษาสภาพพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะ (R1) การวิจัยระยะที่ ๒ ศึกษาความต้องการการเรียนรู้ของชุมชนและความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (R1) การวิจัยระยะที่ ๓ การสร้างรูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (D1) การวิจัยระยะที่ ๔ ทดลองใช้รูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (R2) และการวิจัยระยะที่ ๕ รับรองรูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (D2 , D3) โดยการเก็บข้อมูลจากการสอบถามประชากรในพื้นที่ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๙,๑๒๐ คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcia &amp; Morgan, 1970) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๔๐๐ คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๑๗ คน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ๑. การศึกษาแนวคิดการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยการวิเคราะห์จากแนวคิดผู้นำท้องที่หรือผู้นำชุมชน ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา พบว่า ในภาพรวมแหล่งการเรียนรู้ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีศักยภาพและมีความพร้อมในการนำมาพัฒนาออกแบบพื้นที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการ อยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๐๐, S.D. = ๐.๗๖) ๒. ผลการพัฒนาการส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า ความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนาโดยการส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๒๔, S.D. = ๐.๕๖) ๓. ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๒๖, S.D. = ๐.๕๒) และในการเรียนรู้โดยการบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างคณะสงฆ์กับชุมชนท้องถิ่น โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในชุมชน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและตอบสนองกับความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง โดยการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ มีการใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ มีการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความท้าทายและดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ประสานงานและสร้างความเข้าใจอันดีกับคนในชุมชน โดยนำเสนอเกี่ยวกับประเพณีและกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีแห่เทียนพรรษา งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด ประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีป กิจกรรมลานธรรมลานกีฬา กิจกรรมอุ้มบุญอุ้มธรรม กิจกรรมฟังธรรมนั่งสวรรค์ กิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน กิจกรรมต่อบุญต่อธรรม กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ เข้าค่ายคุณธรรม กิจกรรมทางสังคม เป็นต้น</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong><strong>: </strong>การพัฒนา, การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการ, พื้นที่สาธารณะ</p> สุกานดา จันทวารีย์, สยามพร พันธไชย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เสฏฐวิทย์ปริทัศน์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/8309 Mon, 06 Jul 2026 00:00:00 +0700