https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/issue/feed เสฏฐวิทย์ปริทัศน์ 2026-02-07T11:12:30+07:00 ดร.สนั่น ประเสริฐ sanan.pra@mcu.ac.th Open Journal Systems <p><strong> นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong> วารสารเสฏฐวิทย์ปริทัศน์ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์ กำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ</p> <p><strong> กระบวนการพิจารณาบทความ :</strong> บทความที่เผยแพร่จะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลของผู้ส่งบทความ</p> <p><strong>ประเภทของบทความ : </strong></p> <ol> <li>บทความวิจัย</li> <li>บทความวิชาการ</li> <li>บทวิจารณ์หนังสือ</li> </ol> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์ :</strong> ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ </p> <p><strong>ค่าตีพิมพ์</strong></p> <p>4,000 บาท (สี่พันบาทถ้วน)</p> <p> </p> <p><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร : </strong></p> <p>วารสารกำหนดวงรอบการเผยแพร่ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p> ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน</p> <p> ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม</p> <p> ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม </p> <p> </p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและส่งบทความเผยแพร่ :</strong></p> <ol> <li>สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร. 084 886 8052; 092 746 7383</li> <li><a title="คำแนะนำสำหรับผู้เขียน" href="https://drive.google.com/drive/my-drive">Clik คำแนะนำสำหรับผู้เขียน และเทมเพลตบทความ</a></li> <li>สแกนไลน์ กลุ่มวารสารฯ เพื่อการติดต่อประสานงานเผยแพร่บทความ</li> </ol> <p><img src="https://so12.tci-thaijo.org/public/site/images/setthawit138/mceclip0.png" /></p> <p> </p> https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/3329 การเมืองของวิถีชีวิตชาวนาไทย: การต่อรองเชิงอำนาจในสังคมร่วมสมัย 2025-07-04T11:17:39+07:00 สุทธิพันธ์ อรัญญวาส stp648@hotmail.com <p style="margin: 0in; text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .7in;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาการเปลี่ยนแปลงของชาวนาไทยภายใต้บริบทสังคมร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากโลกาภิวัตน์และระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ซึ่งแทรกซึมเข้าสู่วิถีชีวิตของชาวนาในทุกระดับ ตั้งแต่ปัจเจก ครอบครัว จนถึงชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกลไกการต่อรองเชิงอำนาจของชาวนา ผ่านพฤติกรรม วิถีปฏิบัติ และการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย แนวคิด “อาวุธของผู้อ่อนแอ” ของ </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">James C. Scott <span lang="TH">ซึ่งอธิบายว่าผู้ที่อยู่ในสถานะด้อยอำนาจไม่ได้ยอมจำนนต่อโครงสร้างอำนาจโดยสิ้นเชิง แต่ใช้วิธีการต่อต้านแบบแฝงเร้นและอ้อมค้อม เช่น การบิดเบือนกฎระเบียบ ความเฉื่อยช้า การบ่นหรือนินทา รวมถึงการสร้างวาทกรรมที่สวนกระแส เพื่อรักษาพื้นที่และผลประโยชน์ของตนในสังคม นอกจากนี้ยังใช้แนวคิด “สังคมหลังชาวนา” ของสมชัย ภัทรธนานันท์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความเป็นชาวนาในปัจจุบันไม่ได้มีลักษณะตายตัวเหมือนในอดีต แต่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งด้านอาชีพ อัตลักษณ์ และบทบาททางสังคม โดยชาวนาสมัยใหม่จำนวนมากทำหน้าที่หลายบทบาท เช่น เป็นทั้งผู้ผลิตทางการเกษตร แรงงานในเมือง และผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายทางสังคมใหม่เพื่อใช้ต่อรองกับอำนาจรัฐและตลาด</span></span></p> <p style="margin: 0in; text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .7in;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">บทความเสนอว่า ชาวนาไทยในปัจจุบันไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะผู้ถูกกระทำจากระบบเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้น แต่เป็น “ผู้กระทำการทางสังคม” ที่มีความสามารถในการปรับตัวและมีบทบาทเชิงรุกในการตอบสนอง ต่อรอง และแปรเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในระดับต่าง ๆ ผ่านวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ การใช้ทุนวัฒนธรรมสร้างความชอบธรรม หรือการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในสื่อสาธารณะ ดังนั้น วิถีชีวิตของชาวนาในสังคมร่วมสมัยจึงสามารถมองได้ว่าเป็น “การเมืองของวิถีชีวิต” ที่แฝงอยู่ในกิจวัตรประจำวัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก</span></p> 2026-03-11T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เสฏฐวิทย์ปริทัศน์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/4471 Pornchanok อิทธิพลของภาพลักษณ์ในฐานะตัวแปรกำกับที่เชื่อมโยงคุณค่าที่รับรู้และ ความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหาร 2025-09-22T19:37:55+07:00 พรชนก บุญญานันทกุล nokky5599@gmail.com <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับคุณค่าที่รับรู้ ภาพลักษณ์ และความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหาร และ (2) ศึกษาภาพลักษณ์ในฐานะตัวแปรกำกับที่เชื่อมโยงคุณค่าที่รับรู้และความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จำนวน 385 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็นด้วยวิธีการสุ่มแบบบังเอิญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย และการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) ด้วยโปรแกรม ADANCO 2.7 วิธี PLS</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า (1) นักท่องเที่ยวมีการรับรู้คุณค่าที่รับรู้ ภาพลักษณ์ และความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหารอยู่ในระดับมากที่สุด โดยคุณค่าที่รับรู้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 (S.D. = 0.428) ภาพลักษณ์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 (S.D. = 0.445) และความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหารมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 (S.D. = 0.426) (2) ภาพลักษณ์มีบทบาทเป็นตัวแปรกำกับที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคุณค่าที่รับรู้และความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยผลการวิเคราะห์อิทธิพลรวมพบว่า คุณค่าที่รับรู้ (TE = 0.940) และภาพลักษณ์ (TE = 0.825) มีอิทธิพลรวมต่อความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหาร (TE = 0.877) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคุณค่าที่รับรู้และภาพลักษณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความตั้งใจท่องเที่ยวเชิงอาหารของนักท่องเที่ยว</p> 2026-03-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เสฏฐวิทย์ปริทัศน์ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/2913 ผลกระทบของโปรแกรมการเรียนรู้จากความล้มเหลวทางธุรกิจต่อการปรับเปลี่ยน แนวทางการตอบสนองต่อความล้มเหลวและแนวปฏิบัติทางธุรกิจ ของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดชัยภูมิ 2025-05-23T10:43:49+07:00 สำเริง ไกยวงค์ wearetheworldsong@gmail.com หทัยกาญจน์ ทองศรีสุข wearetheworldsong@gmail.com <p> บทความวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาวิธีการตอบสนองต่อความล้มเหลวของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการแทรกแซงด้วยโปรแกรมการเรียนรู้จากความล้มเหลวทางธุรกิจ และ 2) เพื่อวิเคราะห์บทเรียนและหลักการสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน กลุ่มตัวอย่างคือผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการแทรกแซงด้วยโปรแกรมการเรียนรู้จากความล้มเหลวทางธุรกิจซึ่งถูกเลือกโดยวิธีการเจาะจง จำนวน 15 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิค Thematic analysis ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า 1) ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนมีการตอบสนองต่อความล้มเหลวในเชิงบวกมากขึ้นทั้งในการความคิด อารมณ์ และความตั้งใจเชิงพฤติกรรม เช่น มองความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่กลัวความล้มเหลว และ 2) หลักการสำคัญและบทเรียนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิสาหกิจชุมชนคือ ความล้มเหลวไม่ใช่การสิ้นสุดของธุรกิจ แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้น ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักมีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ปรับตัวตามสถานการณ์ เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและความล้มเหลว เปิดใจรับฟังคำวิจารณ์ของลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด</p> 2026-02-07T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เสฏฐวิทย์ปริทัศน์