การประเมินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านดุหุน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประเมินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านดุหุน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 ด้วยรูปแบบการประเมิน CSE ของมาร์วิน ซี อัลคิน ในการประเมินระบบโครงการ การประเมินการวางแผนโครงการการประเมินการนำไปใช้ การประเมินการปรับปรุงโครงการ และประเมินการยอมรับโครงการ กลุ่มตัวอย่าง ผู้ให้ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 คน ครูผู้สอน จำนวน 11 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 50 คน และนักเรียน จำนวน 50 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 119 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ให้ข้อมูลเชิงปริมาณ การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 คน ตัวแทนครู จำนวน 1 คน และตัวแทนผู้ปกครอง จำนวน 1 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 3 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามประเมินโครงการ และแบบสัมภาษณ์ ได้รับการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา และบรรยายพรรณนา
ผลจากการวิจัยพบว่า 1. ด้านการประเมินระบบโครงการ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ หลักการและเหตุผลของโครงการ มีความสอดคล้องกับนโยบาย สพฐ. และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ วัตถุประสงค์ของโครงการมีความสอดคล้องกับหลักการและเหตุผล และความเหมาะสมของสถานที่ในการดำเนินโครงการ 2. ด้านการประเมินการวางแผนโครงการ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับประโยชน์จากโครงการ และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวของในโครงการมีความพร้อม และมีศักยภาพ 3. ด้านการประเมินการนำไปใช้ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ โรงเรียนมีการประชุมปรึกษาหารือวางแผนการดำเนินงาน และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ มีการรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง 4. การประเมินด้านการปรับปรุงโครงการ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ โครงการประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 5. การประเมินด้านการยอมรับโครงการ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ผู้ปกครองพร้อมให้ความร่วมมือดำเนินโครงการ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จต่อไป และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ โครงการสามารถเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆ ได้
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แนวทางการบริหารสถานศึกษาพอเพียง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ดี.
กฤษฎา ขันธ์ทอง. (2567). การประเมินโครงการส่งเสริมความปลอดภัยและวินัยจราจร โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
เพ็ญนภา คูวิบูลย์ศิลป์. (2565). การประเมินโครงการเด็กดีมีเงินออมโรงเรียนคีรีราษฎร์พัฒนานครศรีธรรมราช. การประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ครั้งที่ 4. นครศรีธรรมราช: สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
วัชรสินธุ์ เพ็งบุบผา. (2564). ทักษะการประกอบอาชีพที่สำคัญในโลกยุคใหม่ที่นักเรียนไทยควรได้รับการพัฒนา: การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. ครุศาสตร์สาร, 15(1): 137-149.
สมพร เทพสิทธา. (2555). เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ. กรุงเทพฯ: สภายุวพุทธิสมาคม.
สุพัตรา หนูทองอินทร์. (2567). การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพอิสระ สร้างรายได้ระหว่างเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านสันยูง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
Alkin, Marvin C. (1969). Evaluation Theory Development. UCLA CSE Evaluation Comment, No.2, 2-7.
Likert, R. (1932). A Technique for the Measurement of Attitudes. Archives of Psychology, 140, 1-55.