ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2

Main Article Content

นุสรา ทองอินทร์
เอกลักษณ์ เพ็งพรหม

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาประสิทธิผลของสถานศึกษา 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา และ 4) ศึกษาปัจจัยการบริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร และข้าราชการครู จำนวน 285 คน โดยใช้ตารางเทียบหากลุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) และการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้วิจัยเป็นแบบสอบถาม 2 ตอน ตอนที่ 1 ปัจจัยการบริหารของสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 มีค่าความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1 ตอนที่ 2 ประสิทธิผลของสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 มีค่าความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบปกติและแบบขั้นตอน


           ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด โดยพบว่า ด้านระบบบริหารจัดการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านภาวะผู้นำ อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านงบประมาณที่ใช้ในการบริหาร มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก 2) ประสิทธิผลของสถานศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด โดยพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ความสามารถในการแก้ปัญหาในโรงเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด และความสามารถในการพัฒนาทัศนคติทางบวก มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด จัดอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาทุกด้านมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลของสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์สูงที่สุด คือ ระบบบริหารจัดการ รองลงมา คือ การพัฒนาบุคลากร และบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์การ 4) ปัจจัยการบริหารจำนวน 4 ด้าน  ได้แก่ ระบบบริหารจัดการ (X6) การพัฒนาบุคลากร (X3) ภาวะผู้นำ (X1) และบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์การ (X4) ที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลของสถานศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิผลของสถานศึกษาได้ร้อยละ 84.60 (R² = .846; Adjusted R² = .843) และสมการมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 381.10, p < .01)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองอินทร์ น., & เพ็งพรหม เ. (2026). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2. วารสารสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, 7(1), 213–222. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/src/article/view/6368
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลทิพย์ เกษรพรหม. (2567). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในอำเภอวังทรายพูน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

นิธยาภรณ์ ประเสริฐพงษ์. (2568). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการบริหาร การศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: บริษัท สุวีริยาสาส์น จำกัด.

พรสวรรค์ สุขพรหม. (2564). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการบริหาร การศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.

วิจารณ์ พานิช แล ปิยาภรณ์์ มััณฑะจิิต. (2563). การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัท เอส.อาร์.พริ้นติ้ง แมสโปรดักส์ จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2554). แนวทางการประเมิน คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2561 (Education in Thailand 2018). กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

Krejcie, R.V. and D.W. Morgan. Determining Sample Size for Research Activities. Education and psychological Measurement 30 1970.