การพัฒนาพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลองบางกระทึก

Main Article Content

นพรัตน์ ตานำคำ
พระมหาคณาวุฒิ อคฺคปุญโญ (บำรุงทรัพย์)
พระมหานพพร อภิพนฺโธ (ศรีวัฒนกุลชัย)
พระสุรพล อาภรโณ (ไกรรอด)

บทคัดย่อ

            การวิจัยเรื่อง การพัฒนาพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ เรื่อง ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลองบางกระทึก โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้การร่วมมือของนักเรียน ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) เพื่อศึกษาความคงทนของพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่มของนักเรียนหลังจากได้รับกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนคลองบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จำนวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระหว่างเรียนหน่วยการเรียนรู้ เรื่องประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนคลองบางกระทึก             2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เรื่อง ประเพณี และวัฒนธรรม 3 ชั่วโมง 3 แผน 3) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม ระหว่างเรียนหน่วยการเรียนรู้ เรื่องประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าร้อยละ (Percentage) หาค่าเฉลี่ย (Mean) หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


            ผลวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียน ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวนนักเรียน 19 คน โดยภาพรวมนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่มผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ทุกคน มีค่าเฉลี่ยที่ระดับ 8.20            เมื่อจำแนกเป็นรายกิจกรรม พบว่านักเรียนที่ได้ผ่านการเข้าร่วมการเรียนรู้แบบรวมมือซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ราย ได้แก่ กิจกรรมการร่วมมือในการทำกิจกรรมผ่าน 16 คน ค่าเฉลี่ยที่ระดับ 2.56 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ระดับ 0.61 ไม่ผ่าน 3 คน ค่าเฉลี่ยที่ระดับ 1.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ระดับ 0.00 มี กิจกรรมกล้าออกมาแสดงความสามารถ ผ่าน 13 คน ไม่ผ่าน 6 คน ค่าเฉลี่ยที่ระดับ 2.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ระดับ 0.49 และกิจกรรมรับผิดชอบต่อหน้าที่ 14 คน ไม่ผ่าน 5 คน ค่าเฉลี่ยที่ระดับ 2.86 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ระดับ 0.35 2) ผลการวิเคราะห์ความคงทนของพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่มของนักเรียนหลังจากได้รับกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งหมด 19 คน โดยภาพรวมนักเรียนมีความคงทนของพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่มผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ทุกคน เมื่อจำแนกเป็นรายสัปดาห์ พบว่านักเรียนที่ได้ผ่านการเข้าร่วมการเรียนรู้แบบรวมมือซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สัปดาห์ ได้แก่ คะแนนฝึกหลังเรียน คนที่ผ่านมี 17 คน ไม่ผ่าน 2 คน มีค่า gif.latex?\Sigma อยู่ที่ 6.32 ค่า IQR อยู่ที่ 10.53 คะแนนแบบฝึกหลังเรียน 1 สัปดาห์ คนที่ผ่าน 19 คน มีค่าgif.latex?\Sigma อยู่ที่ 7 ค่า IQR อยู่ที่ 10.53 คะแนนแบบฝึกหลังเรียน 2 สัปดาห์ คนที่ผ่าน 19 คน มีค่าgif.latex?\Sigma อยู่ที่ 9.37 ค่า IQR อยู่ที่ 5.26


            ความคงทนครั้งที่ 1 ค่าร้อยละ ค่า gif.latex?\Sigma อยู่ที่ 21.43 ค่า IQR อยู่ที่ 2.50


            ความคงทนครั้งที่ 2 ค่าร้อยละ ค่าgif.latex?\Sigma อยู่ที่ 128.57 ค่า IQR อยู่ที่ 5.00

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ตานำคำ น. ., อคฺคปุญโญ (บำรุงทรัพย์) พ. ., อภิพนฺโธ (ศรีวัฒนกุลชัย) พ. ., & อาภรโณ (ไกรรอด) พ. . (2024). การพัฒนาพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคลองบางกระทึก. วารสารสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, 5(1), 38–47. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/src/article/view/1202
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2558). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. พิมพ์ครั้งที่ 6. นนทบุรี: พีบาลานซ์ดีไซต์แอนปริ้นติ้ง.

ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 20. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชลธิชา เก็นซ์. (2560). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้และความคงทนในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาโดยใช้วิธีการเรียนแบบสรุปเนื้อหา. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

นภัทร ไชยบุดดี. (2562) การส่งเสริมความสามารถการทำงานเป็นทีมด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับเว็บสนับสนุน รายวิชาการเขียนโปรแกรมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 7 แก้ไขเพิ่มเติม กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์.

วิจารณ์ พานิช. (2555). สถานศึกษากับการจัดการความรู้เพื่อสังคม. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี.

โสรัจจ์ แสนคํา. (2560).การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ร่วมมือด้วยเทคนิค LT ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์เรื่องสารในชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการ. Veridian E–Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 10(1), 1506-1522.