พุทธศาสนา: ความขัดแย้งสู่มูลเหตุแห่งการปกครอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความขัดแย้งทำให้เกิดการรังสรรค์สิ่งใหม่ให้แก่สังคม และความวุ่นวายระหว่างมนุษย์และสังคม โดยมีนักสังคมวิทยา มองว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่เป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตจากการคบหาสมาคม เพราะการที่มนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่รอดในสังคมได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยทางชีวภาพ หรือปัจจัยด้านอื่นๆ เพื่อสนองความต้องการของตนเอง ดังนั้นจึงเข้าไปสัมพันธ์กับความขัดแย้งโดยที่มนุษย์ไม่เข้าใจธรรมชาติของความอยาก หรือความต้องการอย่างแท้จริงจึงทำให้ติดกับดักของความขัดแย้ง แต่ก็มีตัวแปรสำคัญโดยการยึดหลักความสัมพันธ์กับความอยาก โดยมีศาสนาเป็นศูนย์กลางที่นำสู่การคลี่คลาย ความขัดแย้ง ความบาดหมางกันระหว่างบุคคล กลุ่มคน องค์กร หรือสถาบันเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนสังคม ความตรึงเครียด ความไม่สงบสุข ความหวาดระแวง มีปัจจัยจากการตัดสินใจ การรับรู้ผลประโยชน์ ค่านิยมที่ต่างกัน การไม่ยอมรับสภาพความเป็นจริงว่าการแตกแยกทางทัศนะ ความคิด และความต้องการทางภูมิภาคเป็นอุปสรรคที่สำคัญยิ่งในการหาทางออก ให้ทุกสังคมหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไห้ได้ สามารถหาข้อยุติได้ในกรอบของกลไกที่มีอยู่ในสังคม สามารถดำเนินต่อไปได้ตราบเท่าที่ปัญหาความขัดแย้งอยู่ในสัดส่วนที่ไม่แผ่กระจายไปทั่ว ตลอดจนหาวิธีการหรือกลไกเพื่อยุติความขัดแย้งในสังคม ก็สามารถดำเนินต่อไป ถือได้ว่าสังคมนั้นยังอยู่ได้อย่างสมานฉันท์
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2539), สันติทฤษฎี/วิถีวัฒนธรรม, กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์.
เดชา ตั้งสีฟ้า (2539), ความไร้ระเบียบของโลก: ทางเลือกในทศวรรษ 1990, สุวรรณา-ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (บรรณาธิการ), กรุงเทพฯ: ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ.
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส (2556), รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี: ศึกษากรณีลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ. เชียงใหม่,.พระนครศรีอยุธยา : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539).พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย. ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
มหามกุฏราชวิทยาลัย (ในพระบรมราชูปถัมภ์). (2539). พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ 16, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.