ภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น

Main Article Content

พนมพร น้อยมา
พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ
สุเนตร ธนศิลปพิชิต

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อนำเสนอภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (=4.18, S.D.=0.60) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านพฤติกรรม (=4.45, S.D.=0.69) ด้านตามสถานการณ์ (=4.31, S.D.=0.80) ด้านการเปลี่ยนแปลง (=4.01, S.D.=0.71) ด้านคุณลักษณะ (=3.94, S.D.=1.05) อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ 2. สรุปผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลพบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัยส่วนประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. ผลการวิเคราะห์ภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โดยการประยุกต์ตามตามพละ 4 พบว่า 1) ด้านคุณลักษณะ การใช้สิทธิเลือกตั้ง คือ การที่ประชาชนไปใช้สิทธิและทำหน้าที่ของคนเองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเคารพต่อกฎหมายเลือกตั้ง หรือสถานที่เลือกตั้ง เพื่อที่จะคัดสรรหรือเลือกตัวแทนในการไปทำหน้าที่แทนตนเองโดยผ่านระบบรัฐสภา ทำให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและแก่ตนเอง 2) ด้านพฤติกรรม ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนการกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเพื่อสนองตอบความต้องการของตนเอง การทำให้เกิดความประสานพร้อมเพรียงสามัคคี และหวังประโยชน์สุขต่อกัน 3) ด้านตามสถานการณ์ การแสดงประชามติและประชาพิจารณ์ของประชาชนในการจัดโครงการประชาคมสัญจรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นทำให้ประชาชนกล้าที่จะแสดงออกตามสิทธิเสรีในความคิดของตน และการแสดงความคิดเห็น ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นก่อนลงมือดำเนินการทำกิจการใดๆ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนและชุมชน รวมทั้งความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
น้อยมา พ., สุรปญฺโญ พ., & ธนศิลปพิชิต ส. (2025). ภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 7(1), 1725–1734. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/8496
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

โกวิทย์ พวงงาม. (2554). การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท.

จักรี ศรีจารุเมธีญาณ และพระถนัด วฑฺฒโน. (2561). “ภาวะผู้นำกับการพัฒนาชุม”, วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, ปีที่ 6 ฉบับพิเศษ : 527-538.

ชูวงศ์ ฉายะบุตร. (2539). การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพฯ : บริษัทพิฆเนศพริ้นติ้งเซ็นเตอร์.

พระอธิการวรวุทธ์ วชิโร (บุญตัน). (2565). “ภาวะผู้นำของผู้ปกครองท้องที่ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตำบลห้วยม้า อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

อุทัย หิรัญโต. (2563). การปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.

Yamane Taro. (1976). Statistics: An Introductory Analysis. New York: Harpen and Row.

Creswell. J. W., Plano Clark. V. L., Gutmann. M. L., & Hanson. W. E. (2013). Advanced Mixed Methods Research Designs. Thousand Oaks, CA: Sage.