การประเมินความต้องการจำเป็นของครูในการพัฒนาวัฒนธรรมดิจิทัล ในสถานศึกษากลุ่มสหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของครูในการพัฒนาวัฒนธรรมดิจิทัลในสถานศึกษากลุ่มสหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี จำแนกตามวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และประสบการณ์การใช้เทคโนโลยี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูกลุ่มสหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี จำนวน 214 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 25 ข้อ ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหามีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) พบว่าข้อคำถามมีค่าอยู่ระหว่าง .67 - 1.00 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.948 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการคำนวณหาดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ซึ่งมีจำนวน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การทำงานแบบร่วมมือ 2) การพร้อมรับความเสี่ยงดิจิทัล 3) กรอบความคิดดิจิทัล 4) การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล 5) การมุ่งเน้นผู้รับบริการเป็นสำคัญ ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยของสภาพที่พึงประสงค์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสภาพปัจจุบันทุกด้าน และความต้องการจำเป็นของครูในการพัฒนาวัฒนธรรมดิจิทัลในสถานศึกษา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุดคือด้าน การเน้นผู้รับบริการเป็นสำคัญ รองลงมาคือ การทำงานแบบร่วมมือ การพร้อมรับความเสี่ยงดิจิทัล กรอบความคิดดิจิทัล และการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ตามลำดับ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ (2550). นโยบายและมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
กรณิศ รัตนามหัทธนะ. (2561).เทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนในยุคสมัยปัจจุบันและในอนาคต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นิรุต เต้นปักษี (2565). รูปแบบการพัฒนาวัฒนธรรมดิจิทัลของสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. ขอนแก่น:มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปุณณิฐฐา มาเชค (2565). การบริหารองค์กรทางการศึกษาในยุคดิจิทัล.ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ผ่องอำไพ ศรีบรรณสาร และ รุ่งอรุณ รังสิยะวงศ์. (2560). อิทธิพลของนวัตกรรมดิจิทัลต่อการเรียนการสอน.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ (2561). การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อนําไปสู่ Thailand 4.0 (บทความพิเศษ) วารสารวิชาการ กสทช.ประจําปี 2561.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา สพม.ปทุมธานี.
(ออนไลน์) 2561 (อ้างอิงเมื่อ 14 ธันวาคม 2566)จาก http://ssps4.go.th/
สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (2560). การพัฒนาระบบบริหาร. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2548). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”.Educational and Psychological Measurement. 30(3) : 607 – 610
Nwankpa, J. K., Roumani, Y., Brandyberry, A., Guffrida, A., Hu, M., & Shanker,M. (2013). Understanding the link between initial ERP system and
ERP-enabled adoption. Information Resources Management Journal,26(4),18-39.