รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

Main Article Content

อำนวย ราศรีใส

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับและปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และการพัฒนารูปแบบพัฒนาคุณภาพชีวิต ตำบลทุ่งหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนาในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ประชากรได้แก่ผู้สูงอายุ 744 คน กลุ่มตัวอย่าง 117 คน และกลุ่มทดลอง 30 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ใช้สถิติการวิเคราะห์การถดถอย (Regression analysis) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนหลายตัวแปรตามแบบวัดซ้ำ (Repeated Measures Multivariate Analysis of Variance: Repeated Measures MANOVA) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (Level of Significance .05) ผลการวิจัย กลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุ เพศชาย ร้อยละ 53.85 เพศหญิง ร้อยละ 46.15 ส่วนมากจะเป็นกลุ่มอายุ 60 – 74 ปี ร้อยละ 69.23, (  = 69.84, S.D. = 8.53) ระดับความสามารถดูแลตนเองที่จำเป็นของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับดีมาก (  = 2.62, S.D. = 0.30) ระดับการรับรู้และเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับปานกลาง (  = 2.24, S.D. = 0.41) ความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการรับบริการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับดีมาก (  = 2.61, S.D. = 0.32) ระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่ในระดับปานกลาง (  = 2.49, S.D. = 0.31) ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้แก่ ความสมารถในการดูแลตนเอง (Beta = 0.559) และการบริการรักษาพยาบาล (Beta = 0.205) ตามลำดับ โดยตัวแปรทั้ง 2 สามารถร่วมกันพยากรณ์คุณภาพผู้สูงอายุ ได้ร้อยละ 54.50 (P-value <.0001) และได้สร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตำบลทุ่งหลวง 3 กลุ่มกิจกรรม 13 กิจกรรม ได้แก่ 1) การเพิ่มศักยภาพการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ จำนวน 9 กิจกรรม 2) การพัฒนาระบบบริการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุใน รพ.สต.ทุ่งหลวง จำนวน 1 กิจกรรม 3) การพัฒนาการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายกำหนดเพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จำนวน 3 กิจกรรม ผลการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าเวกเตอร์ค่าเฉลี่ยของตัวแปรทั้ง 3 ตัว ระหว่างการวัดทั้ง 2 ครั้ง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Pillai’s Trace, Wilks’ Lambda, Hotelling’s Trace = 0.998, 0.002, 613.677, 613.677, P-value <0.00) แสดงว่ารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่สร้างขึ้นสามารถทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ราศรีใส อ. . (2024). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตำบลทุ่งหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(1), 475–488. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/5458
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์. (2554). พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติพ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ.

กฤษณ์ ขุนลึก. (2564). ระบบสุขภภาพท้องถิ่นและชุมชน. มหาสารคาม: ตกศิลากาพิมพ์.

จุฑาลักษณ์ แสนโท. (2559). แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ กรณีศึกษา: โรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลนาคราชควาย อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. วารสารรัชต์ภาคย์ ฉบับพิเศษครบรอบ 23 ปี , 333-247.

ชุติมา ทองวชิระ, สุชาดา โทผล, เรณู ขวัญยืน และสมจิต นิปัทธหัตถพงศ์. (2559). รายงานการวิจัยเรื่องความชุก ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุและการพัฒนาคู่มือการให้ความรู้ : กรณีศึกษาชุมชนเขตบางพลัด. กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

นงนุช แย้มวงษ์ (2557). คุณภาพชีวิตและความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุที่มารับ บริการในโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ. Journal of Medicine and Health Sciences, Vol.21 (No.1), 37-44.

ประเสริฐ อัสสันต์ชัย (บรรณาธิการ). (2556). ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและการป้องกัน. (พิมพ์ครั้งที่4). ครีเอชั่น.กรุงเทพฯ: ยูเนี่ยน.

พิสิษฐ์ พิริยาพรรณ และคณะ (2557). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุครบวงจรแบบบูรณาการ (ปีที่ 3). รายงานการวิจัย, คณะแพทย์ศาสตร์และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (2557). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2556. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (2559). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2558. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง.

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง. (2566). ข้อมูลด้านสุขภาพตำบลทุ่งหลวง ปี 2566. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง ตำบลทุ่งหลวงหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย.

วีรศักดิ์ เมืองไพศาล. (2556). การป้องกัน การประเมินและการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาพพิมพ์.

สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. (2558). แนวทางการดูและรักษากลุ่มอาการสูงอายุ (Geriatric syndrome).พิมพ์ครั้งที่ 1. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี: บริษัท อีส ออกัส จำกัด.

สายโสม วิสุทธิยานนท์ และ รัชนีกร โชติชัยสถิต. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของ ผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ. การประชุมเสนอผลงานวิจัย ระดับบัณฑิตศึกษา มสธ. ครั้งที่ 3. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์.(2545). เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตขององคการอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย

(WHOQOL – BREF – THAI). โครงการจัดทำโปรแกรมสําเร็จรูปในการสํารวจสุขภาพจิตในพื้นที่ ปีพ.ศ.2545. เชียงใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ข้อมูลปีพ.ศ. 2503-2543 คำนวณจากสามะโนประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2503-2533 สำนักงานสถิติแห่งชาติข้อมูลปี 2553-2573 การคาดประมาณประชากรของไทย 2543-2573 (ข้อสมมติภาวะเจริญ พันธุ์ปานกลาง). จาก http://www.nesdb.go.th/Default.aspx?tabid=139

สำเริง จันทรสุวรรณ, และสุวรรณ บัวทวน. (2547). ระเบียบวิจัยทางสังคมศาสตร์. ขอนแก่น: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น.

อะเคื้อ กุลประสูติดิลก. (2557). การวิเคราะห์เส้นทางปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขต บางเขน กรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, ปีที่ 8 (ฉบับที่ 2), 35-46

อภินทร์พร วงษ์รัตนะ.(2558). คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อภินันท์ สนน้อย. (2559). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในจังหวัดบุรีรัมย์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

อรณิชา แสงศรีจันทร. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กรณีศึกษา: องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

Orem D.E. (2001). Nursing: concept of practices. (6th ed.) St. Louis MO : Mosby.

UNESCO. (1980). Evaluation the Quality of life in Belgium. Social Indicators Research, 312.

Wayne W., D. (1995). Biostatistics: A foundation of analysis in the health sciences. (6th ed.). John Wiley&Sons, Inc., 177-178.

WHO. (2008). Ageing and Life Course Family and Community Health.

WHO.(2015). Ageing and health. Retrieved 2016 Sep 12, from http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs404/en/.

WHO, & Lindmeier Christian. (2014). “Ageing well” must be a global priority. Retrieved 2016 Sep 12, from http://www.who.int/mediacentre/news/releases/2014/lancet-ageing-series/en