การศึกษาสภาพกรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพกรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 (2) เปรียบเทียบสภาพกรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จำแนกตามตำแหน่ง วุฒิทางการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน (3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาสภาพกรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพกรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ทั้ง 5 ด้าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. การเปรียบเทียบสภาพกรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จำแนกตามตำแหน่งโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนการจำแนกตามวุฒิทางการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานโดยรวมไม่แตกต่างกัน 3. แนวทางการพัฒนากรอบความคิดเติบโตของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ทั้ง 5 ด้าน สรุปได้ดังนี้ 3.1 ด้านการสร้างความท้าทาย ผู้บริหารสถานศึกษาควรสร้างประเด็นท้าทายเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการพัฒนาตนเอง มีการจัดประชุมเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน และแนวทางในการปฏิบัติงานและกระตุ้นให้บุคลากรได้ปฏิบัติงานได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด3.2 ด้านการเรียนรู้จากอุปสรรคและความล้มเหลว ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้จากข้อผิดพลาดหรือความล้มเหลวด้วยการเปิดใจยอมรับ ปรับมุมมองว่าเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาตนเองและหาแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหา ควรมีการประชุมสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน 3.3 ด้านความมุ่งมั่นและความพยายาม ผู้บริหารสถานศึกษาควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การสร้างความตระหนักในวิชาชีพและบทบาทหน้าที่ให้บุคลากรเกิดเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพของตนเอง 3.4 ด้านการรับคำวิจารณ์และข้อเสนอแนะ ผู้บริหารควรส่งเสริมให้บุคลากรมีทัศนคติต่อคำวิจารณ์ในเชิงบวก เปิดใจยอมรับในความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อนำคำวิจารณ์มาปรับปรุง แก้ไข พัฒนาให้ดีขึ้น ให้ครูได้ปฏิบัติงานเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ 3.5 ด้านการเรียนรู้จากความสำเร็จของผู้อื่น ผู้บริหารควรส่งเสริมให้บุคลากรได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรในสถานศึกษาเกิดแรงจูงใจในการศึกษา ค้นคว้า และลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จตามบุคคลต้นแบบ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. ประวัติความเป็นมา. (ออนไลน์) 2564 (อ้างเมือ 25 มีนาคม). จาก http://www.ubn1.go.th/page/view?id=18
จรัมพร โห้ลำยอง และคณะ. “กรอบวิธีคิดในการทำงาน ความสุขและความทุ่มเทในการทำงานของบุคลากร ในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษา,” วารสารวิชาการ. 8, 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2562) : 11-25
ชนิตา รุ่งเรือง และเสรี ชัดแช้ม. “กรอบความคิดเติบโต : แนวทางใหม่แห่งการพัฒนาศักยภาพมนุษย์,” วิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา. 14, 1 (มกราคม-มิถุนายน 2559) : 1-13
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์,
พวงชมพู โจนส์. “การสร้างกระบวนการทางความคิด (Mindset) สำหรับบุคลากรในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา,” วารสารธุรกิจปริทัศน์. 8,1 (2559) : 1-9.
มิลินทรา กวินโกมลโรจน์. (2557). การวิจัยและพัฒนากระบวนการชี้แนะที่อิงทฤษฎีการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับชุดความคิดด้านการจัดการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
มุทิตา อดทน. (2561). ผลโปรแกรมการพัฒนากรอบความคิดเติบโตในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา,
ศูนย์วิจัยจิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ. กรอบความคิดแบบเติบโต Growth Mindset รักเรียนรู้และชอบความท้าทาย. (ออนไลน์) 2564 (อ้างเมื่อ 25 มีนาคม). http://www. cepthailand.org/index.php?mo=59&id=1108752
อังคณา ธนปิยะวณิชย์. (2562). แนวทางการพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโตและการคาดการณ์ ของตนเองที่ส่งผลให้เกิดขึ้นจริงเพื่อส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนเองของนักศึกษาสหกิจศึกษา. วิทยานิพนธ์การจัดการดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี,